ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

เล่มที่ ๓๘-๓ หน้า ๑๑๕ - ๑๗๐

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘-๓ อภิธรรมปิฎกที่ ๐๕ ยมก ภาค ๑



พระอภิธรรมปิฎก
ยมก ภาค ๑
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๓. อายตนยมก
๑. ปัณณัตติวารอุทเทส
[๑] อายตนะ ๑๒ คือ

๑. จักขายตนะ ๒. โสตายตนะ
๓. ฆานายตนะ ๔. ชิวหายตนะ
๕. กายายตนะ ๖. รูปายตนะ
๗. สัททายตนะ ๘. คันธายตนะ
๙. รสายตนะ ๑๐. โผฏฐัพพายตนะ
๑๑. มนายตนะ ๑๒. ธัมมายตนะ

๑. ปทโสธนวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของแต่ละบท
อนุโลม

[๒] จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม
กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม
รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม
สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม
คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม
รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม
โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม(๑๐)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปัจจนีกะ

[๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๑)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทโดยยึดบทประธานเป็นหลักดุจกงจักร
อนุโลม

[๔] จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม
จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นชิวหายตนะใช่ไหม ฯลฯ
จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑)
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒)
ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
ฯลฯ อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ
(๓-๑๑)
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ

[๕] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๑)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธายตนวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหมฯลฯ(๓-๑๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม (๑๒) (๑๓)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
๓. สุทธายตนวาร
ว่าด้วยการอธิบายอายตนะล้วน ๆ
อนุโลม

[๖] จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม
ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม
ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม
กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม
รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๓. สุทธายตนวาร

สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม
คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม
รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม
โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม
ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม(๑๔)

ปัจจนีกะ

[๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๑๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร

สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑๕)

๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ว่าด้วยการอธิบายคำของบทที่มีอายตนะล้วน ๆ เป็นมูลดุจกงจักร
อนุโลม

[๘] จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ
จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม (๑)
โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม (๒)
ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑)
ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ
ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม อายตนะ เป็นมนะใช่ไหม (๑๒) (๑๖)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารอุทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ปัจจนีกะ

[๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม ฯลฯ (๓-๑๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม ฯลฯ
สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม (๑๒) (๑๗)

(พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัณณัตติวารอุทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
๑. ปัณณัตติวารนิทเทส
๑. ปทโสธนวาร
อนุโลม
จักขายตนมูลกนัย
[๑๐] อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ
เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่
ปฏิ. จักขายตนะ เป็นจักขุใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. โสตะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ เป็นโสตะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ โสตายตนะ
เป็นโสตะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่
ปฏิ. โสตายตนะ เป็นโสตะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะ เป็นฆานะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ชิวหา เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ชิวหายตนะ เป็นชิวหาใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. กาย เป็นกายายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นกายายตนะแล้ว กายที่เหลือเป็นกาย แต่ไม่เป็นกายายตนะ กายา-
ยตนะ เป็นกายก็ใช่ เป็นกายายตนะก็ใช่
ปฏิ. กายายตนะ เป็นกายใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. รูป เป็นรูปายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือเป็นรูป แต่ไม่เป็นรูปายตนะ รูปายตนะ
เป็นรูปก็ใช่ เป็นรูปายตนะก็ใช่
ปฏิ. รูปายตนะ เป็นรูปใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สัททะ เป็นสัททายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สัททายตนะ เป็นสัททะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. คันธะ เป็นคันธายตนะใช่ไหม
วิ. สีลคันธะ(กลิ่นคือศีล) สมาธิคันธะ(กลิ่นคือสมาธิ) ปัญญาคันธะ(กลิ่น
คือปัญญา) เป็นคันธะ แต่ไม่เป็นคันธายตนะ คันธายตนะ เป็นคันธะก็ใช่ เป็น
คันธายตนะก็ใช่
ปฏิ. คันธายตนะ เป็นคันธะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. รสะ เป็นรสายตนะใช่ไหม
วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส เป็นรสะ แต่ไม่เป็นรสายตนะ รสายตนะ
เป็นรสะก็ใช่ เป็นรสายตนะก็ใช่
ปฏิ. รสายตนะ เป็นรสะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. โผฏฐัพพะ เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โผฏฐัพพายตนะ เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. มนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะ เป็นมนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะ เป็นธัมมะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปัจจนีกะ
[๑๑] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขายตนะ ไม่เป็นจักขุใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะ แต่เป็นจักขุ เว้นจักขุและ
จักขายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นจักขายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตายตนะ ไม่เป็นโสตะใช่ไหม
วิ. ทิพพโสตะ ตัณหาโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะ แต่เป็นโสตะ เว้นโสตะและ
โสตายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นโสตะก็ใช่ ไม่เป็นโสตายตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานายตนะ ไม่เป็นฆานะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหา ไม่เป็นชิวหายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นชิวหายตนะ ไม่เป็นชิวหาใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกายายตนะ ไม่เป็นกายใช่ไหม
วิ. เว้นกายายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายายตนะ แต่เป็นกาย
เว้นกายและกายายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นกายก็ใช่ ไม่เป็นกายายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นรูปายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปายตนะ ไม่เป็นรูปใช่ไหม
วิ. เว้นรูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นรูปายตนะ แต่เป็นรูป เว้นรูปและ
รูปายตนะแล้ว รูปที่เหลือไม่เป็นรูปก็ใช่ ไม่เป็นรูปายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททะ ไม่เป็นสัททายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัททายตนะ ไม่เป็นสัททะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๑. ปทโสธนวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันธายตนะ ไม่เป็นคันธะใช่ไหม
วิ. สีลคันธะ สมาธิคันธะ ปัญญาคันธะ ไม่เป็นคันธายตนะ แต่เป็นคันธะ
เว้นคันธะและคันธายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นคันธะก็ใช่ ไม่เป็นคันธา-
ยตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสะ ไม่เป็นรสายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรสายตนะ ไม่เป็นรสะใช่ไหม
วิ. อรรถรส ธรรมรส วิมุตติรส ไม่เป็นรสายตนะ แต่เป็นรสะ เว้นรสะและ
รสายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นรสะก็ใช่ ไม่เป็นรสายตนะก็ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนายตนะ ไม่เป็นมนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมายตนะ ไม่เป็นธัมมะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมายตนะ แต่เป็นธัมมะ
เว้นธัมมะและธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นธัมมะก็ใช่ ไม่เป็นธัมมา-
ยตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๒] อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ
เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. โสตายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ
อนุ. จักขุ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ทิพพจักขุ ปัญญาจักขุ เป็นจักขุ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ จักขายตนะ
เป็นจักขุก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่
เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
อนุ. โสตะ เป็นโสตายนะใช่ไหม ฯลฯ สภาวธรรมที่เหลือเป็นอายตนะ
แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ ฯลฯ
อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. จักขายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๒. ปทโสธนมูลจักกวาร
อนุ. ธัมมะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นธัมมายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือเป็นธัมมะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ธัมมายตนะ เป็นธัมมะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. มนายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นมนายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นมนายตนะ
(ผู้มีปัญญาพึงผูกเป็นจักกนัยที่มีบทแต่ละบทเป็นมูล)
ปัจจนีกะ
[๑๓] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑)
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธายตนวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นฆานะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ (๒-๑๑)
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑๒)
(เมื่อผูกเป็นจักกนัยแล้ว พึงเพิ่มคำว่า อามนฺตา (ใช่) ทุก ๆ บท)
๓. สุทธายตนวาร
อนุโลม
[๑๔] อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. จักขายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นจักขายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นจักขายตนะ
อนุ. โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ ฆานะ ฯลฯ ชิวหา ฯลฯ กาย ฯลฯ รูป ฯลฯ สัททะ ฯลฯ
คันธะ ฯลฯ รสะ ฯลฯ โผฏฐัพพะ ฯลฯ มนะ ฯลฯ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๒๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๓. สุทธายตนวาร
อนุ. ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่
เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ
ปัจจนีกะ
[๑๕] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือ ไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุ
และอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว ฯลฯ เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ ไม่
เป็นอายตนะ ฯลฯ
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นกายายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นรูปแล้ว ฯลฯ เว้นสัททะแล้ว เว้นคันธะแล้ว ฯลฯ เว้นรสะแล้ว ฯลฯ
เว้นโผฏฐัพพะแล้ว ฯลฯ ไม่เป็นอายตนะ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโผฏฐัพพายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นมนะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นมนะแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นมนะ แต่เป็นอายตนะ เว้นมนะ
และอายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นมนะก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุโลม
[๑๖] อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. โสตายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นโสตายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นโสตายตนะ
อนุ. จักขุ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ธัมมายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นธัมมายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่
เหลือเป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นธัมมายตนะ (๑)
อนุ. โสตะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นจักขายตนะ ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นธัมมายตนะ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุ. ฆานะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นธัมมายตนะใช่ไหม ฯลฯ ไม่เป็นธัมมายตนะ ฯลฯ (๓-๑๑)
อนุ. ธัมมะ เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. อายตนะ เป็นจักขายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. อายตนะ เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. มนายตนะ เป็นอายตนะก็ใช่ เป็นมนายตนะก็ใช่ สภาวธรรมที่เหลือ
เป็นอายตนะ แต่ไม่เป็นมนายตนะ (๑๒) (พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัจจนีกะ
[๑๗] อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและ
อายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นจักขุ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นจักขุแล้ว อายตนะที่เหลือไม่เป็นจักขุ แต่เป็นอายตนะ เว้นจักขุและ
อายตนะแล้ว สภาวธรรมที่เหลือไม่เป็นจักขุก็ใช่ ไม่เป็นอายตนะก็ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นฆานายตนะใช่ไหม ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๑. ปัณณัตติวารนิทเทส ๔. สุทธายตนมูลจักกวาร
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นโสตะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. เว้นโสตะแล้ว ฯลฯ เว้นฆานะแล้ว ฯลฯ เว้นชิวหาแล้ว ฯลฯ ไม่
เป็นอายตนะ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๔)
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นกาย ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นธัมมายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ (๕-๑๑)
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นจักขายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นธัมมะ ไม่เป็นอายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นโสตายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปฏิ. สภาวธรรมที่ไม่เป็นอายตนะ ไม่เป็นมนายตนะใช่ไหม
วิ. ใช่ (๑๒) (พึงผูกเป็นจักกนัย)
ปัณณัตติวารนิทเทส จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร
๑. ปัจจุปปันนวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นปัจจุบัน
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๑๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้๑ กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดได้๒
กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและโสตายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๑กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดได้๒กำลังอุบัติ

เชิงอรรถ :
๑ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้เป็นโอปปาติกะ ในอบายภูมิที่มีหูหนวกแต่กำเนิด
เพราะเกิดมามีแต่จักขุไม่มีโสตะ เช่น พวกเปรต อสุรกาย เป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)
๒ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สโสตกานํ ท่านหมายถึงสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ในสุคติภูมิ ทุคติภูมิ และพวก
รูปพรหมผู้เป็นโอปปาติกะ เพราะเกิดมามีจักขุและโสตะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๓ กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดได้๔
กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๕ กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม

เชิงอรรถ :
๑ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ อฆานกานํ ท่านหมายถึงพรหมปาริสัชชา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๓)
๒ คำบาลีว่า สจกฺขุกานํ สฆานกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้หูหนวกโดยกำเนิดและมีอายตนะบริบูรณ์
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
๓ คำบาลีว่า สฆานกานํ อจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกมาแต่กำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ.
๑๘-๑๒/๓๕๔)
๔ คำบาลีว่า สฆานกานํ สจกฺขุกานํ ท่านหมายถึงโอปปาติกสัตว์ผู้มีอายตนะบริบูรณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-
๒๑/๓๕๔)
๕ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์และโอปปาติกสัตว์ผู้บอดและหนวกโดยกำเนิด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้๑ กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๑๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๒กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงอรูปพรหมและโอปปาติกสัตว์ ๓ จำพวกผู้บอดโดยกำเนิดเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)
๒ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ อสัญญสัตว์ และรูปพรหมที่เหลือ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดได้ฆานะเกิดไม่ได้๑กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๒๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด
แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปและจิตเกิดได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลังเกิด

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงคัพภเสยยกสัตว์ รูปพรหม และอรูปพรหม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘-๒๑/๓๕๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตและรูปเกิดได้กำลังอุบัติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีรูปเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๒๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นกำลัง
เกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๒] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง
เกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๓๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่
จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ
จักขายตนะก็กำลังเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๓] อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่
ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่กำลัง
เกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและฆานายตนะก็กำลังเกิด
(พึงทราบว่า ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะและธัมมายตนะในภูมิ
นั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน ไม่มีข้อแตกต่างกัน มีความสังเขปในวาระต่อไป)
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่
ฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด ในกามาวจรภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ
ฆานายตนะก็กำลังเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๒๔] อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นรูปายตนะกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นมนายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะก็กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและรูปายตนะ
ก็กำลังเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๒๕] อนุ. มนายตนะในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่
กำลังเกิด ในจตุโวการภูมิและปัญจโวการภูมิ ในภูมินั้นธัมมายตนะกำลังเกิดและ
มนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๒๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดได้โสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่โสตายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจักขุและโสตะ
เกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและโสตายตนะ
ก็กำลังเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดได้จักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิด
ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและจักขายตนะก็กำลัง
เกิด (อายตนะที่ท่านย่อไว้แล้วเป็นเช่นเดียวกันกับคำที่ท่านกล่าวว่า ของบุคคลใด)
จักขายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๒๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดกำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
กำลังเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่กำลังเกิด บุคคลผู้มีจิตเกิดได้กำลังอุบัติ ธัมมายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นกำลังเกิดและมนายตนะก็กำลังเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๒๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีโสตะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้ฆานะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่ฆานายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจักขุและฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและฆานายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีฆานะและจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่า
นั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ บุคคลผู้
มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะ
ก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๒๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้รูปเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
รูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้จิตเกิดได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ
บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและ
มนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีฆานะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ ฆานายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่
ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๓๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่
กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีรูปเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิด
แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๓๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลัง
เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๓๒] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่
ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและ
จักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะ
มิใช่ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่
ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่
กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นจักขายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและมนายตนะก็
ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๓๓] อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด แต่รูปายตนะมิใช่
ไม่กำลังเกิด ในอรูปภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่
กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
ปฏิ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลังเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด ในอสัญญสัตตภูมิ ในภูมินั้นฆานายตนะไม่ใช่กำลัง
เกิดและมนายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ฆานายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลัง
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๓๔] อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๔๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๑. ปัจจุปปันนวาร
อนุ. รูปายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด รูปายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๓๕] อนุ. มนายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่
กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๓๖] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจักขุเกิดไม่ได้โสตะเกิดได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่โสตายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้
กำลังจุติ บุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและโสตายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด จักขายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีโสตะเกิดไม่ได้จักขุเกิดได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้
กำลังจุติบุคคลผู้มีจักขุและโสตะเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ โสตายตนะของบุคคลเหล่านั้น
ในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด ฯลฯ
มนายตนมูลกนัย
[๓๗] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้มีจิตเกิดไม่ได้กำลังอุบัติ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่ใช่กำลังเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่กำลังเกิด บุคคลทั้งหมดผู้กำลังจุติ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่ใช่กำลังเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่กำลังเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่ใช่กำลังเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่ใช่กำลังเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
๒. อตีตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอดีต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๓๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็เคย
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดเคยเกิด ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ
มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๙] อนุ. ฆานายตนะ ฯลฯ รูปายตนะ ฯลฯ มนายตนะของบุคคลใด
เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็เคยเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๐] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดเคยเกิด ฯลฯ
(คำที่ท่านกล่าวไว้ว่า ในภูมิใด พึงเพิ่มชื่อที่เกินเข้ามาว่า กำลังเกิด เคยเกิด
ทั้งในปัจจุบัน อดีต อนาคต ปัจจุบันกับอดีต ปัจจุบันกับอนาคต อดีตกับ
อนาคตเหมือนกันทุกแห่ง)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุโลมปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่จักขายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการ-
ภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและจักขายตนะก็เคยเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๔๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
เคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิด แต่ฆานายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและฆานายตนะก็เคยเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๔๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็
เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคย
เกิด แต่รูปายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและรูปายตนะก็เคยเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๔๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดเคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นเคยเกิด แต่มนายตนะไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นเคยเกิดและมนายตนะก็เคยเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๔๕] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่เคยเกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคยเกิด
มีไหม
วิ. ไม่มี (ย่อ)
จักขายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกกนัย
[๔๖] มนายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่เคย
เกิดมีไหม
วิ. ไม่มี ฯลฯ
ปัจจนีกโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๗] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดไม่เคยเกิด ฯลฯ
ปัจจนีกปุคคโลกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๔๘] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด โสตายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิด แต่จักขายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
อสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและ
จักขายตนะก็ไม่เคยเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
อรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่
เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและ
อสัญญสัตตภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่
เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒. อตีตวาร
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๔๙] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
ไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิและอรูปภูมิ
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๕๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๒.อตีตวาร
สุทธาวาสภูมิและอสัญญสัตตภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ฆานายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ใน
สุทธาวาสภูมิ ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็
ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๕๐] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิด
แต่มนายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและมนายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่รูปายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและรูปายตนะก็ไม่เคยเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคย
เกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๕๑] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นในภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นไม่เคยเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่ไม่เคยเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในสุทธาวาสภูมิ
มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นไม่เคยเกิดและธัมมายตนะก็ไม่เคยเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดไม่เคยเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็ไม่เคยเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
๓. อนาคตวาร
ว่าด้วยสภาวธรรมที่เป็นอนาคต
อนุโลมบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๕๒] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ จักขายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด (มนายตนะและธัมมายตนะของบุคคล
นั้นก็เป็นเช่นเดียวกัน วาระเหล่านี้เหมือนกันทั้ง ๒ วาระ)
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ฆานายตนมูลกนัย
[๕๓] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะของ
บุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิด
ใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๕๔] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลนอกนี้ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
มนายตนมูลกนัย
[๕๕] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
มนายตนมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
จักขายตนมูลกนัย
[๕๖] อนุ. จักขายตนะในภูมิใดจักเกิด ฯลฯ
อนุโลมปุคคโลกาส
[๕๗] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด โสตายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ จักขายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวรภูมิ จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมินั้น
ก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิและอรูปภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่จักขายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและจักขายตนะก็จักเกิด
จักขายตนมูลกนัย จบ

ฆานายตนมูลกนัย
[๕๘] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจัก
เกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ รูปายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นใน
ภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคล
เหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิด แต่ฆานายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในกามาวจรภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและฆานายตนะก็จักเกิด
ฆานายตนมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
รูปายตนมูลกนัย
[๕๙] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้น
ในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ รูปายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมิ
นั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
ปฏิ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ มนายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิ มนายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอรูปาวจรภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้น
จักเกิด แต่รูปายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในปัญจโวการภูมิและอสัญญสัตตภูมิ
ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและรูปายตนะก็จักเกิด
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๖๐] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด ธัมมายตนะของบุคคล
นั้นในภูมินั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดในภูมิใดจักเกิด มนายตนะของบุคคลนั้นในภูมิ
นั้นก็จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้อุบัติอยู่ในอสัญญสัตตภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นใน
ภูมินั้นจักเกิด แต่มนายตนะไม่ใช่จักเกิด บุคคลผู้อุบัติอยู่ในจตุโวการภูมิและปัญจ-
โวการภูมิ ธัมมายตนะของบุคคลเหล่านั้นในภูมินั้นจักเกิดและมนายตนะก็จักเกิด
มนายตนมูลกนัย จบ
ปัจจนีกบุคคล
จักขายตนมูลกนัย
[๖๑] อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด โสตายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. โสตายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่จักขายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ
บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่จักเกิดและจักขายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. จักขายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน จักขายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล จักขายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด จักขายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
จักขายตนมูลกนัย จบ
ฆานายตนมูลกนัย
[๖๒] อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของ
บุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่รูปายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคลและ
บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่
ใช่จักเกิดและรูปายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๖๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๓. อายตนยมก] ๒. ปวัตติวาร ๑. อุปปาทวาร ๓. อนาคตวาร
อนุ. ฆานายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในรูปาวจรภูมิและอรูปาวจรภูมิแล้วปรินิพพาน
ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิก-
บุคคล ฆานายตนะของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ฆานายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่
จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ฆานายตนมูลกนัย จบ
รูปายตนมูลกนัย
[๖๓] อนุ. รูปายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด มนายตนะ ฯลฯ ธัมมายตนะ
ของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. บุคคลเหล่าใดจักอุบัติในอรูปภูมิแล้วปรินิพพาน รูปายตนะของบุคคล
เหล่านั้นไม่ใช่จักเกิด แต่ธัมมายตนะมิใช่จักไม่เกิด ปัจฉิมภวิกบุคคล รูปายตนะ
ของบุคคลเหล่านั้นไม่ใช่จักเกิดและธัมมายตนะก็ไม่ใช่จักเกิด
ปฏิ. ธัมมายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด รูปายตนะของบุคคลนั้นก็ไม่ใช่จัก
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
รูปายตนมูลกนัย จบ
มนายตนมูลกนัย
[๖๔] อนุ. มนายตนะของบุคคลใดไม่ใช่จักเกิด ธัมมายตนะของบุคคลนั้นก็
ไม่ใช่จักเกิดใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๑๗๐ }

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น