ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

เล่มที่ ๓๖-๑ หน้า ๑ - ๓๙

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๖-๑ อภิธรรมปิฎกที่ ๐๓ ธาตุกถา ปุคคลบัญญัติ



พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา อุทเทส ๑. นยมาติกา

พระอภิธรรมปิฎก
ธาตุกถา
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

อุทเทส๑
๑. นยมาติกา๒ (๑๔ นัย)

[๑] ๑. สงฺคโห อสงฺคโห สภาวธรรมที่สงเคราะห์๓เข้าได้ สภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้ (๖-๑๗๐)
๒. สงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับสภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าได้ (๑๗๑-๑๗๘)
๓. อสงฺคหิเตน สงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้ (๑๗๙-๑๙๐)
๔. สงฺคหิเตน สงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้กับสภาวธรรมที่
สงเคราะห์เข้าได้ (๑๙๑-๑๙๒)


เชิงอรรถ :
๑ อุทเทส คือ หัวข้อธรรมที่ท่านยกขึ้นไว้เป็นบทตั้ง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๑)
๒ นยมาติกา คือ หัวข้อธรรมที่กล่าวถึงการจำแนกขันธ์ ๕ เป็นต้น แบ่งออกเป็นนัยต่าง ๆ กัน มี ๑๔ นัย
เรียกมูลมาติกาก็ได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑/๑)
๓ สงเคราะห์ หมายถึง การรวบรวม การประมวล มี ๔ อย่าง คือ (๑) ชาติสงเคราะห์ (การรวบรวมสิ่งที่
เสมอกันโดยชาติ) (๒) สัญชาติสงเคราะห์ (การรวบรวมสิ่งที่มีแหล่งเกิดจากที่เดียวกัน) (๓) กิริยาสงเคราะห์
(การรวบรวมสิ่งที่มีการกระทำร่วมกัน) (๔) คณนสงเคราะห์ (การรวบรวมสิ่งที่มีจำนวนเท่ากัน) แต่ในที่นี้
หมายเอาคณนสงเคราะห์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕/๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา อุทเทส ๑. นยมาติกา

๕. อสงฺคหิเตน อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับสภาวธรรม
ที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้ (๑๙๓-๒๒๗)
๖. สมฺปโยโค วิปฺปโยโค สภาวธรรมที่สัมปยุต(ประกอบเข้าได้) สภาวธรรม
ที่วิปปยุต(ประกอบเข้าไม่ได้) (๒๒๘-๓๐๕)
๗. สมฺปยุตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสภาวธรรมที่สัมปยุต
(๓๐๖-๓๑๖)
๘. วิปฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่วิปปยุต
(๓๑๗-๓๑๘)
๙. สมฺปยุตฺเตน สมฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุต
(๓๑๙-๓๕๒)
๑๐. วิปฺปยุตฺเตน วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากสภาวธรรมที่วิปปยุต
(๓๕๓-๔๐๘)

๑๑. สงฺคหิเตน สมฺปยุตฺตํ วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้สัมปยุต
และวิปปยุต(จากขันธ์ อายตนะ และธาตุ) (๔๐๙-
๔๑๖)
๑๒. สมฺปยุตฺเตน สงฺคหิตํ อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่สัมปยุตสงเคราะห์เข้าได้
และสงเคราะห์เข้าไม่ได้(กับขันธ์ อายตนะ และ
ธาตุ) (๔๑๗-๔๔๗)
๑๓. อสงฺคหิเตน สมฺปยุตฺตํ วิปฺปยุตฺตํ สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้
สัมปยุตและวิปปยุต(จากขันธ์ อายตนะ และ
ธาตุ) (๔๔๘-๔๕๕)
๑๔. วิปฺปยุตฺเตน สงฺคหิตํ อสงฺคหิตํ สภาวธรรมที่วิปปยุตสงเคราะห์เข้า
ได้และสงเคราะห์เข้าไม่ได้(กับขันธ์ อายตนะ
และธาตุ) (๔๕๖-๕๑๘)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา อุทเทส ๒. อัพภันตรมาติกา
๒. อัพภันตรมาติกา๑ (๒๒ นัย)

[๒] ๑. ปญฺจกฺขนฺธา ขันธ์ ๕
๒. ทฺวาทสายตนานิ อายตนะ ๑๒
๓. อฏฺฐารส ธาตุโย ธาตุ ๑๘
๔. จตฺตาริ สจฺจานิ สัจจะ ๔
๕. พาวีสตินฺทฺริยานิ อินทรีย์ ๒๒
๖. ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ปฏิจจสมุปบาท
๗. จตฺตาโร สติปฏฺฐานา สติปัฏฐาน ๔
๘. จตฺตาโร สมฺมปฺปธานา สัมมัปปธาน ๔
๙. จตฺตาโร อิทฺธิปาทา อิทธิบาท ๔
๑๐. จตฺตาริ ฌานานิ ฌาน ๔
๑๑. จตสฺโส อปฺปม�ฺ�าโย อัปปมัญญา ๔
๑๒. ปญฺจินฺทฺริยานิ อินทรีย์ ๕
๑๓. ปญฺจ พลานิ พละ ๕
๑๔. สตฺต โพชฺฌงฺคา โพชฌงค์ ๗
๑๕. อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค อริยมรรคมีองค์ ๘
๑๖. ผสฺโส ผัสสะ
๑๗. เวทนา เวทนา
๑๘. ส�ฺ�า สัญญา
๑๙. เจตนา เจตนา
๒๐. จิตฺตํ จิต
๒๑. อธิโมกฺโข อธิโมกข์
๒๒. มนสิกาโร มนสิการ


เชิงอรรถ :
๑ อัพภันตรมาติกา คือ หัวข้อสภาวธรรม ๑๒๕ บทมีขันธ์ ๕ เป็นต้นของคัมภีร์ธาตุกถา แต่ที่พระผู้มี
พระภาคทรงยกขึ้นแสดงตามนัยทั้ง ๑๔ มีจำนวน ๑๐๕ บท เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปกิณณกมาติกาก็ได้
(อภิ.ปญฺจ.อ. ๒/๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา อุทเทส ๕. พาหิรมาติกา
๓. นยมุขมาติกา๑ (๔ นัย)

[๓] ๑. ตีหิ สงฺคโห สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าได้โดยสภาวธรรม ๓ ประการ
๒. ตีหิ อสงฺคโห สภาวธรรมที่สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยสภาวธรรม ๓ ประการ
๓. จตูหิ สมฺปโยโค สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยนามขันธ์ ๔

๔. จตูหิ วิปฺปโยโค สภาวธรรมที่วิปปยุตจากนามขันธ์ ๔


๔. ลักขณมาติกา๒ (๒ ลักษณะ)

[๔] ๑. สภาโค สภาวธรรมที่มีส่วนเสมอกัน
๒. วิสภาโค สภาวธรรมที่มีส่วนไม่เสมอกัน


๕. พาหิรมาติกา๓
[๕] ธัมมสังคณีแม้ทั้งหมดเป็นมาติกาแห่งธาตุกถา

เชิงอรรถ :
๑ นยมุขมาติกา คือหัวข้อธรรมที่ตั้งไว้เพื่อแสดงเป็นตัวอย่างได้ตามความเหมาะสมซึ่งมี ๑๔ นัย (อภิ.ปญฺจ.อ.
๓/๒)
๒ ลักขณมาติกา คือหัวข้อธรรมที่มีการสงเคราะห์เข้าได้กับธรรมเหล่าอื่นที่มีลักษณะเหมือนกัน แต่ไม่มี
การสงเคราะห์เข้ากับธรรมที่มีลักษณะแตกต่างจากตน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔/๒)
๓ พาหิรมาติกา คือหัวข้อธรรมที่นำมาจากคัมภีร์อื่น นั่นคือ ธัมมสังคณี ได้แก่ จากติกมาติกา ๖๖ บท
และทุกมาติกา ๒๐๐ บท (อภิ.ปญฺจ.อ. ๕/๒-๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์
๑. ปฐมนัย
๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส
๑. ขันธ์
เอกมูลกนัย
[๖] รูปขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๗] เวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
เวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๘] สัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๙] สังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์
[๑๐] วิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
วิญญาณขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๑๑] รูปขันธ์และเวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์และเวทนาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และ
ธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๒] รูปขันธ์และสัญญาขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑
และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๓] รูปขันธ์และสังขารขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑
และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๔] รูปขันธ์และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒
และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์
เข้าไม่ได้
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๑. ขันธ์
ติกมูลกนัย
[๑๕] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และสัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์
อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และสัญญาขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓
อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๖] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และสังขารขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓
อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๗] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓
อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกนัย
[๑๘] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์
อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และสังขารขันธ์สงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๒. อายตนะ
[๑๙] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ และวิญญาณขันธ์ ฯลฯ สงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้
จตุกกมูลกนัย จบ
ปัญจกมูลกนัย
[๒๐] รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ และวิญญาณขันธ์
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๒๑] ขันธ์ ๕ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ขันธ์ ๕ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ปัญจกมูลกนัย จบ
๒. อายตนะ
เอกมูลกนัย
[๒๒] จักขายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
จักขายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๒. อายตนะ
[๒๓] โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะ กายายตนะ รูปายตนะ สัททายตนะ
คันธายตนะ รสายตนะ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ สงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๒๔] มนายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
[๒๕] ธัมมายตนะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๒๖] จักขายตนะและโสตายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๒๗] จักขายตนะและฆานายตนะ จักขายตนะและชิวหายตนะ จักขายตนะ
และกายายตนะ จักขายตนะและรูปายตนะ จักขายตนะและสัททายตนะ
จักขายตนะและคันธายตนะ จักขายตนะและรสายตนะ จักขายตนะและ
โผฏฐัพพายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุ เท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา ๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๓. ธาตุ
[๒๘] จักขายตนะและมนายตนะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
[๒๙] จักขายตนะและธัมมายตนะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
ทุกมูลกนัย จบ
ทวาทสกนัย
[๓๐] อายตนะ ๑๒ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
อายตนะ ๑๒ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ทวาทสกนัย จบ
๓. ธาตุ
เอกมูลกนัย
[๓๑] จักขุธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
จักขุธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา ๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๓. ธาตุ
[๓๒] โสตธาตุ ฆานธาตุ ชิวหาธาตุ กายธาตุ รูปธาตุ สัททธาตุ คันธธาตุ
รสธาตุ โผฏฐัพพธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆาน-
วิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ
มโนวิญญาณธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๓๓] ธัมมธาตุ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๓๔] จักขุธาตุและโสตธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๓๕] จักขุธาตุและฆานธาตุ จักขุธาตุและชิวหาธาตุ จักขุธาตุและกายธาตุ
จักขุธาตุและรูปธาตุ จักขุธาตุและสัททธาตุ จักขุธาตุและคันธธาตุ
จักขุธาตุและรสธาตุ จักขุธาตุและโผฏฐัพพธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๓๖] จักขุธาตุและจักขุวิญญาณธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒
และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๔. สัจจะ
[๓๗] จักขุธาตุและโสตวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและฆานวิญญาณธาตุ จักขุธาตุ
และชิวหาวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและกายวิญญาณธาตุ จักขุธาตุและ
มโนธาตุ จักขุธาตุและมโนวิญญาณธาตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒
อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๓๘] จักขุธาตุและธัมมธาตุ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
ทุกมูลกนัย จบ
อัฏฐารสกนัย
[๓๙] ธาตุ ๑๘ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ธาตุ ๑๘ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
อัฏฐารสกนัย จบ
๔. สัจจะ
เอกมูลกนัย
[๔๐] ทุกขสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ทุกขสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๔. สัจจะ
[๔๑] สมุทยสัจและมัคคสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๔๒] นิโรธสัจสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์เหล่าไหนเลย แต่สงเคราะห์เข้าได้กับ
อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๔๓] ทุกขสัจและสมุทยสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๔๔] ทุกขสัจและมัคคสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๔๕] ทุกขสัจและนิโรธสัจ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๔. สัจจะ
ติกมูลกนัย
[๔๖] ทุกขสัจ สมุทยสัจ และมัคคสัจสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๔๗] ทุกขสัจ สมุทยสัจ และนิโรธสัจ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออก
จากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
[๔๘] ทุกขสัจ สมุทยสัจ มัคคสัจ และนิโรธสัจ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๔๙] สัจจะ ๔ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สัจจะ ๔ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้า
ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
จตุกกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๕. อินทรีย์
๕. อินทรีย์
เอกมูลกนัย
[๕๐] จักขุนทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
จักขุนทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๕๑] โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๕๒] มนินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
[๕๓] ชีวิตินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๕๔] สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์ โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์
สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์ สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์
อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ อัญญินทรีย์ อัญญาตาวินทรีย์สงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
เอกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๕. อินทรีย์
ทุกมูลกนัย
[๕๕] จักขุนทรีย์และโสตินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๕๖] จักขุนทรีย์และฆานินทรีย์ จักขุนทรีย์และชิวหินทรีย์ จักขุนทรีย์และ
กายินทรีย์ จักขุนทรีย์และอิตถินทรีย์ จักขุนทรีย์และปุริสินทรีย์
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๕๗] จักขุนทรีย์และมนินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
[๕๘] จักขุนทรีย์และชีวิตินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๕๙] จักขุนทรีย์และสุขินทรีย์ จักขุนทรีย์และทุกขินทรีย์ จักขุนทรีย์และ
โสมนัสสินทรีย์ จักขุนทรีย์และโทมนัสสินทรีย์ จักขุนทรีย์และ
อุเปกขินทรีย์ จักขุนทรีย์และสัทธินทรีย์ จักขุนทรีย์และวิริยินทรีย์
จักขุนทรีย์และสตินทรีย์ จักขุนทรีย์และสมาธินทรีย์ จักขุนทรีย์และ
ปัญญินทรีย์ จักขุนทรีย์และอนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์ จักขุนทรีย์
และอัญญินทรีย์ จักขุนทรีย์และอัญญาตาวินทรีย์สงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
ทุกมูลกนัย จบ
พาวีสติมูลกนัย
[๖๐] อินทรีย์ ๒๒ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
อินทรีย์ ๒๒ สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๗ และธาตุ ๑๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๕ และธาตุ ๕
พาวีสติมูลกนัย จบ
๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
[๖๑] อวิชชาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๖๒] สังขารที่เกิดเพราะมีอวิชชาเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ
๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๖๓] วิญญาณที่เกิดเพราะมีสังขารเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ
๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
[๖๔] นามรูปที่เกิดเพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔
อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๖๕] สฬายตนะที่เกิดเพราะมีนามรูปเป็นปัจจัยสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒
อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๖ และธาตุ ๖
[๖๖] ผัสสะที่เกิดเพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย เวทนาที่เกิดเพราะมีผัสสะ
เป็นปัจจัย ตัณหาที่เกิดเพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย อุปาทานที่เกิดเพราะ
มีตัณหาเป็นปัจจัย กัมมภพที่เกิดเพราะมีอุปาทานเป็นปัจจัยสงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๖๗] อุปปัตติภพ กามภพ สัญญาภพ ปัญจโวการภพสงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
[๖๘] รูปภพสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๕ และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๗ และธาตุ ๑๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๖. ปฏิจจสมุปบาทเป็นต้น
[๖๙] อรูปภพ เนวสัญญานาสัญญาภพ จตุโวการภพสงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๗๐] อสัญญาภพ เอกโวการภพสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๗๑] ชาติ ชรา มรณะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๗๒] โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาส สติปัฏฐาน สัมมัปปธาน
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๗๓] อิทธิบาทสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๗๔] ฌานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๗๕] อัปปมัญญา ๔ อินทรีย์ ๕ พละ ๕ โพชฌงค์ ๗ อริยมรรคมีองค์ ๘
ผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา อธิโมกข์ มนสิการสงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๑๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๗๖] จิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
๗. ติกะ
[๗๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์
อายตนะ และธาตุเท่าไร
สภาวธรรมที่เป็นกุศล สภาวธรรมที่เป็นอกุศลสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔
อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๗๘] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๗๙] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยสุขเวทนา สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยทุกขเวทนา
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และธาตุ ๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
[๘๐] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอทุกขมสุขเวทนาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓
อายตนะ ๒ และธาตุ ๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๑
[๘๑] สภาวธรรมที่เป็นวิบากสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
[๘๒] สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง
และเป็นอารมณ์ของกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๘๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นวิบากและไม่เป็นเหตุให้เกิดวิบาก เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัย
ปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒
และธาตุ ๑๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้า
ไม่ได้กับธาตุ ๕
[๘๔] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
[๘๕] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและเป็นอารมณ์
ของอุปาทานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๗ และธาตุ ๘

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๕ และธาตุ ๑๐
[๘๖] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือและไม่เป็น
อารมณ์ของอุปาทาน สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองและไม่เป็น
อารมณ์ของกิเลส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๘๗] สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมองแต่เป็นอารมณ์ของกิเลสสงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๘๘] สภาวธรรมที่มีทั้งวิตกและวิจารสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
และธาตุ ๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
[๘๙] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจาร สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติ
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๙๐] สภาวธรรมที่ไม่มีทั้งวิตกและวิจาร เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออก
จากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้า
ไม่ได้กับธาตุ ๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
[๙๑] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
[๙๒] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒
และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๑
[๙๓] สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วย
โสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิและจุติ สภาวธรรมที่เป็นเหตุให้ถึง
นิพพาน สภาวธรรมที่เป็นของเสขบุคคล สภาวธรรมที่เป็นของอเสข-
บุคคล สภาวธรรมที่เป็นมหัคคตะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๙๔] สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน ๓
สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรคและมรรคเบื้องบน
๓ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้ถึงปฏิสนธิ จุติ และนิพพาน สภาวธรรม
ที่ไม่เป็นของเสขบุคคลและอเสขบุคคล เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
[๙๕] สภาวธรรมที่เป็นปริตตะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๙๖] สภาวธรรมที่เป็นอัปปมาณะ สภาวธรรมชั้นประณีต เว้นธาตุที่ไม่ถูก
ปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๙๗] สภาวธรรมที่มีปริตตะเป็นอารมณ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
[๙๘] สภาวธรรมที่มีมหัคคตะเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอัปปมาณะเป็น
อารมณ์ สภาวธรรมชั้นต่ำ สภาวธรรมที่มีสภาวะผิดและให้ผลแน่นอน
สภาวธรรมที่มีสภาวะชอบและให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่มีมรรคเป็น
อารมณ์ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นเหตุ สภาวธรรมที่มีมรรคเป็นอธิบดี
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๙๙] สภาวธรรมชั้นกลางสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
[๑๐๐] สภาวธรรมที่ให้ผลไม่แน่นอน เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๐๑] สภาวธรรมที่เกิดขึ้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๐๒] สภาวธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๗ และ
ธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๕ และธาตุ ๑๐
[๑๐๓] สภาวธรรมที่จักเกิดขึ้นแน่นอนสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑
และธาตุ ๑๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
[๑๐๔] สภาวธรรมที่เป็นอดีต สภาวธรรมที่เป็นอนาคต สภาวธรรมที่เป็น
ปัจจุบัน สภาวธรรมที่เป็นภายในตน สภาวธรรมที่เป็นภายในตนและ
ภายนอกตนสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๗. ติกะ
[๑๐๕] สภาวธรรมที่เป็นภายนอกตน เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจาก
ขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๐๖] สภาวธรรมที่มีอดีตธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีอนาคตธรรมเป็น
อารมณ์สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๐๗] สภาวธรรมที่มีปัจจุบันธรรมเป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายในตน
เป็นอารมณ์ สภาวธรรมที่มีธรรมภายนอกตนเป็นอารมณ์ สภาวธรรม
ที่มีธรรมภายในตนและภายนอกตนเป็นอารมณ์สงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
[๑๐๘] สภาวธรรมที่เห็นได้และกระทบได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑
และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๐๙] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๙
และธาตุ ๙
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๓ และธาตุ ๙

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๑๐] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
๘. ทุกะ
[๑๑๑] สภาวธรรมที่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่เป็นเหตุและมีเหตุ สภาวธรรมที่
เป็นเหตุและสัมปยุตด้วยเหตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และ
ธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๑๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุ สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก
เหตุ สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุและไม่มีเหตุ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๑๓] สภาวธรรมที่มีเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุ สภาวธรรมที่มีเหตุ
แต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยเหตุแต่ไม่เป็นเหตุ สภาวธรรมที่
ไม่เป็นเหตุแต่มีเหตุสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๑๔] สภาวธรรมที่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ถูกปัจจัยปรุงแต่งสงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๑๕] สภาวธรรมที่ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง สภาวธรรมที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งสงเคราะห์
เข้าไม่ได้กับขันธ์เหล่าไหนเลย แต่สงเคราะห์เข้าได้กับอายตนะ ๑ และ
ธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๑๖] สภาวธรรมที่เห็นได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๑๗] สภาวธรรมที่เห็นไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
[๑๑๘] สภาวธรรมที่กระทบได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และ
ธาตุ ๑๐
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
[๑๑๙] สภาวธรรมที่กระทบไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๒๐] สภาวธรรมที่เป็นรูปสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๒๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูป เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐
[๑๒๒] สภาวธรรมที่เป็นโลกิยะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๒๓] สภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๒๔] สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ได้ สภาวธรรมที่จิตบางดวงรู้ไม่ได้ เว้นธาตุ
ที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕
อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๒๕] สภาวธรรมที่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและเป็นอารมณ์ของ
อาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอาสวะและสัมปยุตด้วยอาสวะสงเคราะห์เข้าได้
กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๒๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๒๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะ เว้นธาตุ
ที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕
อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๒๗] สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
แต่ไม่เป็นอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะแต่เป็นอารมณ์ของ
อาสวะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๒๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะ
และไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจาก
ขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๒๙] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยอาสวะแต่ไม่
เป็นอาสวะสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๓๐] สภาวธรรมที่เป็นสังโยชน์ สภาวธรรมที่เป็นคันถะ สภาวธรรมที่เป็น
โอฆะ สภาวธรรมที่เป็นโยคะ สภาวธรรมที่เป็นนิวรณ์ สภาวธรรมที่เป็น
ปรามาส สภาวธรรมที่เป็นปรามาสและเป็นอารมณ์ของปรามาส
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๓๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาส เว้น
ธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕
อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๓๒] สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของ
ปรามาสแต่ไม่เป็นปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากปรามาสแต่เป็น
อารมณ์ของปรามาสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๓๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก
ปรามาสและไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๓๔] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยปรามาสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒
และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๓๕] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๓๖] สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจาก
ขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๓๗] สภาวธรรมที่เป็นจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
[๑๓๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗
[๑๓๙] สภาวธรรมที่เป็นเจตสิก สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต สภาวธรรมที่ระคน
กับจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๔๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิก เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ แต่ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๔๑] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิต เว้นธาตุที่
ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑
อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๔๒] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๖
และธาตุ ๖
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒
[๑๔๓] สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ไม่เกิดพร้อมกับจิต
สภาวธรรมที่ไม่เป็นไปตามจิต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจาก
ขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ แต่ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๔๔] สภาวธรรมที่เกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่เป็นไปตามจิตสงเคราะห์
เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๔๕] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ระคนกับจิต
มีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ระคนกับจิตมีจิต
เป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิตสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๑
และธาตุ ๑ สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๔๖] สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและมีจิตเป็นสมุฏฐาน สภาวธรรมที่ไม่ระคน
กับจิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเกิดพร้อมกับจิต สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับ
จิตมีจิตเป็นสมุฏฐานและเป็นไปตามจิต เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ แต่ไม่มีอายตนะและธาตุเหล่าไหนที่จะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๔๗] สภาวธรรมที่เป็นภายในตนสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๖ และ
ธาตุ ๑๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๖ และธาตุ ๖
[๑๔๘] สภาวธรรมที่เป็นภายนอก เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๖ และธาตุ ๖
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๖ และธาตุ ๑๒
[๑๔๙] สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐
และธาตุ ๑๐
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
[๑๕๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูป เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจาก
ขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๓ และธาตุ ๙
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๙ และธาตุ ๙
[๑๕๑] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิยึดถือสงเคราะห์เข้า
ได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๑ และธาตุ ๑

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๕๒] สภาวธรรมที่กรรมอันประกอบด้วยตัณหาและทิฏฐิไม่ยึดถือ เว้นธาตุที่
ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕
อายตนะ ๗ และธาตุ ๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์เหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับ
อายตนะ ๕ และธาตุ ๑๐
[๑๕๓] สภาวธรรมที่เป็นอุปาทาน สภาวธรรมที่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่เป็น
กิเลสและเป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและกิเลสทำให้
เศร้าหมอง สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและสัมปยุตด้วยกิเลสสงเคราะห์เข้าได้
กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑ และธาตุ ๑
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และธาตุ ๑๗
[๑๕๔] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่กิเลสไม่ทำให้เศร้าหมอง สภาว-
ธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๕๕] สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่เป็นอารมณ์ของกิเลส
แต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลสแต่เป็นอารมณ์ของกิเลส
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๕๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส สภาวธรรมที่วิปปยุตจากกิเลส
และไม่เป็นอารมณ์ของกิเลส เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์
แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๕๗] สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมอง สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยกิเลส
สภาวธรรมที่กิเลสทำให้เศร้าหมองแต่ไม่เป็นกิเลส สภาวธรรมที่สัมปยุต
ด้วยกิเลสแต่ไม่เป็นกิเลสสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๕๘] สภาวธรรมที่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ต้อง
ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วย
โสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๕๙] สภาวธรรมที่ไม่ต้องประหาณด้วยโสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ไม่ต้อง
ประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓ สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วย
โสดาปัตติมรรค สภาวธรรมที่ไม่มีเหตุต้องประหาณด้วยมรรคเบื้องบน ๓
เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๖๐] สภาวธรรมที่มีวิตก สภาวธรรมที่มีวิจารสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔
อายตนะ ๒ และธาตุ ๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
[๑๖๑] สภาวธรรมที่ไม่มีวิตก สภาวธรรมที่ไม่มีวิจาร เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุง
แต่งออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๗

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์
เข้าไม่ได้กับธาตุ ๑
[๑๖๒] สภาวธรรมที่มีปีติ สภาวธรรมที่สหรคตด้วยปีติสงเคราะห์เข้าได้กับ
ขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๖๓] สภาวธรรมที่ไม่มีปีติ สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยปีติ สภาวธรรมที่
ไม่สหรคตด้วยสุข เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจากขันธ์แล้ว
สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๖๔] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยสุขสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๕
[๑๖๕] สภาวธรรมที่สหรคตด้วยอุเบกขาสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๓ อายตนะ ๒
และธาตุ ๗
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๒ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๑
[๑๖๖] สภาวธรรมที่ไม่สหรคตด้วยอุเบกขา เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออก
จากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๓
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์และอายตนะเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้ แต่สงเคราะห์
เข้าไม่ได้กับธาตุ ๕

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๑. ปฐมนัย] ๑. สังคหาสังคหปทนิทเทส ๘. ทุกะ
[๑๖๗] สภาวธรรมที่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ สภาว-
ธรรมที่มีธรรมอื่นยิ่งกว่าสงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และ
ธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
[๑๖๘] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกามาวจร สภาวธรรมที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์
สภาวธรรมที่ไม่มีธรรมอื่นยิ่งกว่า เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่งออกจาก
ขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๖๙] สภาวธรรมที่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรมที่เป็น
เหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลแน่นอน สภาวธรรมที่เป็น
เหตุให้สัตว์ร้องไห้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๒
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๑ อายตนะ ๑๐ และธาตุ ๑๖
[๑๗๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นรูปาวจร สภาวธรรมที่ไม่เป็นอรูปาวจร สภาวธรรม
ที่ไม่เป็นเหตุนำออกจากวัฏฏทุกข์ สภาวธรรมที่ให้ผลไม่แน่นอน สภาว-
ธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ อายตนะ และ
ธาตุเท่าไร
สภาวธรรมที่ไม่เป็นเหตุให้สัตว์ร้องไห้ เว้นธาตุที่ไม่ถูกปัจจัยปรุงแต่ง
ออกจากขันธ์แล้ว สงเคราะห์เข้าได้กับขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ และธาตุ ๑๘
สงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
ไม่มีขันธ์ อายตนะ และธาตุเหล่าไหนที่จะสงเคราะห์เข้าไม่ได้
สังคหาสังคหปทนิทเทสที่ ๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธาตุกถา [๒. ทุตินัย] ๒. สังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส
๒. ทุติยนัย
๒. สังคหิเตนอสังคหิตปทนิทเทส
[๑๗๑] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะและธาตุกับจักขายตนะ
ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ จักขุธาตุ ฯลฯ โผฏฐัพพธาตุ
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ อายตนะ และธาตุเท่าไร
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และ
ธาตุ ๘
[๑๗๒] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะและธาตุกับจักขุ-
วิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ
กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ ฯลฯ๑
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๑๑ และ
ธาตุ ๑๒
[๑๗๓] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะและธาตุกับจักขุนทรีย์
โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์
ฯลฯ
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๒ และธาตุ ๘
[๑๗๔] สภาวธรรมเหล่าใดสงเคราะห์เข้าได้โดยการสงเคราะห์เป็นขันธ์ แต่
สงเคราะห์เข้าไม่ได้โดยการสงเคราะห์เป็นอายตนะและธาตุกับอสัญญาภพ
เอกโวการภพ ฯลฯ
สภาวธรรมเหล่านั้นสงเคราะห์เข้าไม่ได้กับขันธ์ ๔ อายตนะ ๓ และธาตุ ๙

เชิงอรรถ :
๑ ฯลฯ แทนคำถามตามบาลี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๖ หน้า :๓๙ }

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น