ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

เล่มที่ ๓๘-๑๕ หน้า ๗๙๘ - ๘๕๔

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘-๑๕ อภิธรรมปิฎกที่ ๐๕ ยมก ภาค ๑



พระอภิธรรมปิฎก
ยมก ภาค ๑
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. อรหันตบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
ในที่นั้นได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว
[๒๘๘] อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยใน
ที่นั้นได้แล้ว แต่มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
เหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว อรหันตบุคคล
ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละมานานุสัย
ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่
นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
และก็ละภวราคานุสัยได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๙๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น
ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่นั้น
ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
แต่มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่น
แหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
ในที่นั้นได้แล้วและก็ละมานานุสัยได้แล้ว
[๒๘๙] อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยในที่นั้น
ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๒๙๐] อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคา-
นุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละภวราคานุสัยได้แล้ว อรหันตบุคคล ใน
เวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัย
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุ
และอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๗๙๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละอวิชชานุสัยได้แล้ว อรหันต-
บุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นได้แล้วและก็ละอวิชชานุสัยได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
[๒๙๑] อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชา-
นุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่
นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยใน
ที่นั้นได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
และก็ละภวราคานุสัยได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๒๙๒] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคล
นั้นก็ละมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้น
ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัย
และกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ
ได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยได้แล้ว
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย
ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๒
จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัย
และกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา-
นุสัย และปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
ภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
อวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่
นั้นได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
และกามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
[๒๙๓] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใด
ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา-
นุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ใน
เวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ
กามราคานุสัยและมานานุสัยได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา-
นุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัย
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุ
และอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและ
กามราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น
ละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและ
อรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และ
มานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่
ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆา-
นุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว
บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัยได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดได้แล้ว
บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ
มานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ
อวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าว
ว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น
ละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
[๒๙๔] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉา-
นุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละวิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยและมานานุสัยได้แล้วปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละ
วิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยได้แล้ว กามราคา-
นุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” อนาคามีบุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่
ไม่ใช่ละมานานุสัยได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละมานานุสัย
ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัย
ในที่นั้นได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
ในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้
แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
[๒๙๕] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละเฉพาะมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย แต่กาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้วใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้
แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละ
อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคา-
นุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
[๒๙๖] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นได้
แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. อรหันตบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่กามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ ”ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นได้แล้ว
แต่กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมในปหีนวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
๕. ปหีนวาร
ปฏิโลมบุคคล
เอกมูลกนัย
[๒๙๗] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัย
ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่มิใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้
แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว แต่มิใช่ละวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละกามราคานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่
ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้
แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
[๒๙๘] อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัย
ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
บุคคล ๓ จำพวกละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
[๒๙๙] อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่
ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ
อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
[๓๐๐] อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่
ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๓๐๑] อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย
ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๐๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่
ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๐๒] อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยไม่
ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๓๐๓] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็
ละมานานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
ทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่
ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้
แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
ภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
[๓๐๔] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว
บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวกละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว
แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว
บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆา-
นุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไมใช่ละ
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวกละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว
และก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
[๓๐๕] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
ไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัยและทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
ปัญจกมูลกนัย
[๓๐๖] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย ฯลฯ อวิชชานุสัยไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ
กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๒ จำพวก
ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและ
ก็ละ กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปัญจกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ฉักกมูลกนัย
[๓๐๗] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล
๒ จำพวก ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย
ไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชนละ
อวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ฉักกมูลกนัย จบ
อนุโลมโอกาส
เอกมูลกนัย
[๓๐๘] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา
๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
และก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชา-
นุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละ
กามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๐๙] อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่
ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉา-
นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลไม่ได้ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ได้ละแล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
ใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละ
อวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๑๐] อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน
รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๑๑] อนุ. บุคคลละทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยใน
ธาตุที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๓๑๒] อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยใน
ธาตุนั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน
รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้น
ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
[๓๑๓] อนุ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น
ไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว
ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน
รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๓๑๔] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละ
มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละมานานุสัยและกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆา-
นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและกามราคานุสัยไม่
ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ
ในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วแล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยและกามราคานุสัยไม่ได้
แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือใน
ทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๑๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ติกมูลกนัย
[๓๑๕] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่
ได้แล้ว ก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและมานานุสัย
ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย กาม-
ราคานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่
ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้
แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็
ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละภวราคานุสัยและมานานุสัย
ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัยและมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็
ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัยและมานานุสัย
ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ได้
แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
จตุกกมูลกนัย
[๓๑๖] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
ในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละวิจิกิจฉานุสัย มานานุสัย
และทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลละ
วิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคล
ละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และทิฏฐานุสัยในไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานา-
นุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
[๓๑๗] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละได้เฉพาะมานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัย กาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
ละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา
บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคา-
นุสัย และมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ
ฉักกมูลกนัย
[๓๑๘] อนุ. บุคคลละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัยและภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว ก็ละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย
มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. ในที่นี้ คือในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลละอวิชชานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัย
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ในที่นี้ คือในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่
ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ในที่นี้ คือในทุกขเวทนา บุคคลละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉา-
นุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
ปฏิโลมปุคคโลกาส
เอกมูลกนัย
[๓๑๙] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ
ได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ
กามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละ
วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้น
ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละ
อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละ
อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวก
ในทุกขเวทนา ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้ว กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วและก็ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๒๐] อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๒ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละปฏิฆานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา
บุคคลนั้นละปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยใน
ที่นั้นใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละปฏิฆานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละปฏิฆานุสัย
ไม่ได้แล้ว
[๓๒๑] อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย
ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้น
ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้น
ไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล
นั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลนั้นละ
วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ
มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ
มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละมานานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้ว มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล
เหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละมานานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๒๒] อนุ. บุคคลใดละทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉา-
นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่ ฯลฯ
[๓๒๓] อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
ภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้ว ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละภวราคา-
นุสัย ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว บุคคลผู้เป็นปุถุชน ใน
รูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ได้แล้ว
อนุ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ และในรูปธาตุ อรูปธาตุ บุคคล
นั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
[๓๒๔] อนุ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละ
อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ใช่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๔ จำพวก ในเวทนา ๓ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละ
อวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้น
ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วและก็ละภวราคานุสัยไม่ได้แล้ว
เอกมูลกนัย จบ
ทุกมูลกนัย
[๓๒๕] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคล
นั้นก็ละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละ
ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละมานานุสัยใน
ที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ใน กามธาตุ บุคคลเหล่านั้น ละมานานุสัยและกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็
ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๒๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉา-
นุสัยและกามราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉา-
นุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็
ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็
ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
และปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชา-
นุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้น
ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยไม่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุ
และอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้น
นั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว”
ทุกมูลกนัย จบ
ติกมูลกนัย
[๓๒๖] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใด
ไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละทิฏฐานุสัย ฯลฯ วิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้
แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคล
นั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัย
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา
บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ
มานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว
บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลนั้นละมานานุสัยไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่
ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว
บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ
มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ
ได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย
ไม่ได้แล้วปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้น
นั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละ
ปฏิฆานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชา-
นุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ
ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่
กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ติกมูลกนัย จบ
[๓๒๗] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ปฏิ. บุคคลใดละวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัยและทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย
มานานุสัย และทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒
ในกามธาตุ บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย และทิฏฐานุสัย
ในที่นั้นไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละวิจิกิจฉานุสัย ปฏิฆานุสัย และ
ทิฏฐานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้
แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” ฯลฯ
[๓๒๘] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม
วิ. บุคคล ๓ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละภวราคา-
นุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละภวราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควร
กล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และ
วิจิกิจฉานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้วใช่ไหม

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและ
มานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กาม-
ราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล
นั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่
นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นไม่ได้ละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล ๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐา-
นุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย และปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า
“ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ
บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัยและมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่
ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละ
อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่
ได้แล้ว” บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย มานา-
นุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและ
ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ
ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย กามราคานุสัย มานานุสัย
ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละ
ได้แล้ว” หรือ “ละ ไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละ
อวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่กาม-
ราคานุสัยและมานานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ปัญจกมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๕. ปหีนวาร
ฉักกมูลกนัย
[๓๒๙] อนุ. บุคคลใดละกามราคานุสัย ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย
วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละอวิชชานุสัยในที่นั้น
ไม่ได้แล้วมีไหม
วิ. ไม่มี
ปฏิ. บุคคลใดละอวิชชานุสัยในที่ใดไม่ได้แล้ว บุคคลนั้นก็ละกามราคานุสัย
ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้
แล้วใช่ไหม
วิ. อนาคามีบุคคล ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
มานานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัย
ไม่ได้แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่
ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละกามราคานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย
ไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้
แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว
แต่ไม่ใช่ละปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย
มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคล
๒ จำพวก ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย มานา-
นุสัยและภวราคานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉานุสัยไม่ได้
แล้ว กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลเหล่านั้นละอวิชชานุสัย
กามราคานุสัย และมานานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและ
วิจิกิจฉานุสัยไม่ได้แล้ว ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว”
หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลเหล่านั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลเหล่านั้นละ
อวิชชานุสัยและปฏิฆานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่ไม่ใช่ละทิฏฐานุสัยและวิจิกิจฉา-
นุสัยไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้
แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว” บุคคลผู้เป็นปุถุชน ในรูปธาตุและอรูปธาตุ บุคคล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๖. อุปปัชชหนวาร
นั้นละอวิชชานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย และภวราคานุสัยในที่นั้น
ไม่ได้แล้ว แต่กามราคานุสัยและปฏิฆานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ
“ละไม่ได้แล้ว” บุคคลนั้นนั่นแหละ ในเวทนา ๒ ในกามธาตุ บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย
กามราคานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว แต่
ปฏิฆานุสัยและภวราคานุสัยไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
บุคคลนั้นนั่นแหละ ในทุกขเวทนา บุคคลนั้นละอวิชชานุสัย ปฏิฆานุสัย ทิฏฐานุสัย
และวิจิกิจฉานุสัยในที่นั้นไม่ได้แล้ว กามราคานุสัย มานานุสัย และภวราคานุสัย
ไม่ควรกล่าวว่า “ละได้แล้ว” หรือ “ละไม่ได้แล้ว”
ฉักกมูลกนัย จบ
ปฏิโลมในปหีนวาร จบ
ปหีนวาร จบ
๖. อุปปัชชหนวาร
[๓๓๐] อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดเกิด ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดเกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดเกิด มานานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. มานานุสัยของบุคคลใดเกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็เกิดใช่ไหม
วิ. มานานุสัยของอนาคามีบุคคลเกิด แต่กามราคานุสัยไม่เกิด มานา-
นุสัยของบุคคล ๓ จำพวกเกิดและกามราคานุสัยก็เกิด
(พึงขยายความให้พิสดาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
[๓๓๑] อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด ปฏิฆานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่
เกิดใช่ไหม
วิ. ใช่
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่เกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
อนุ. กามราคานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด มานานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่เกิด
ใช่ไหม
วิ. กามราคานุสัยของอนาคามีบุคคลไม่เกิด แต่มานานุสัยมิใช่ไม่เกิด
กามราคานุสัยของอรหันตบุคคลไม่เกิดและมานานุสัยก็ไม่เกิด
ปฏิ. ปฏิฆานุสัยของบุคคลใดไม่เกิด กามราคานุสัยของบุคคลนั้นก็ไม่เกิด
ใช่ไหม
วิ. ใช่
(พึงขยายความให้พิสดาร)
อุปปัชชนวาร จบ
๗. ธาตุปุจฉาวาร
กามธาตุมูลกนัย
[๓๓๒] บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะ๑เท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

เชิงอรรถ :
๑ คำว่า อนุสยภังคะ แปลว่าความแตกดับแห่งอนุสัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
กามธาตุมูลกนัย จบ
รูปธาตุมูลกนัย
[๓๓๓] บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติอยู่ในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
รูปธาตุมูลกนัย จบ
อรูปธาตุมูลกนัย
[๓๓๔] บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๓๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
อรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามธาตุมูลกนัย
[๓๓๕] บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่า
ไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นกามธาตุมูลกนัย จบ
นรูปธาตุมูลกนัย
[๓๓๖] บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นรูปธาตุมูลกนัย จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
นอรูปธาตุมูลกนัย
[๓๓๗] บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร
ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามนอรูปธาตุมูลกนัย
[๓๓๘] บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นกามนอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นรูปนอรูปธาตุมูลกนัย
[๓๓๙] บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุปุจฉาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นรูปนอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามนรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๐] บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
เท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ มี
อนุสัยนอนเนื่องเท่าไร ไม่มีอนุสัยนอนเนื่องเท่าไร มีอนุสยภังคะเท่าไร
นกามนรูปธาตุมูลกนัย จบ
ธาตุปุจฉาวาร จบ
๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
กามธาตุมูลกนัย
[๓๔๑] บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัยนอนเนื่อง ๕ บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
กามธาตุมูลกนัย จบ
รูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๒] บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องครบทั้ง ๗
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแต่ไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่อง
ครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย
๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มี
อนุสยภังคะ
รูปธาตุมูลกนัย จบ
อรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๓] บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มี
อนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องครบทั้ง ๗
ไม่มีอนุสยภังคะ
การที่บุคคลจุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุย่อมเป็นไปไม่ได้ บุคคลผู้อุบัติ
หลังจากนั้นย่อมเกิดเฉพาะในกามธาตุเท่านั้น จึงมีอนุสัยนอนเนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มี
อนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องครบทั้ง ๗
ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
การที่บุคคลจุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุย่อมเป็นไปไม่ได้
บุคคลผู้อุบัติหลังจากนั้นย่อมเกิดเฉพาะในกามธาตุเท่านั้น จึงมีอนุสัยนอนเนื่องครบ
ทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
อรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามธาตุมูลกนัย
[๓๔๔] บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัยนอนเนื่องครบ
ทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
นกามธาตุมูลกนัย จบ
นรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๕] บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๔๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
นรูปธาตุมูลกนัย จบ
นอรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๖] บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง
บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗ นอน
เนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย
๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๕๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
นอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามนอรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๗] บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย
๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย
๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๕๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้ว ไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ
มีอนุสัยนอนเนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
นกามนอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นรูปนอรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๘] บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มี
อนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๕๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ
บางคนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓
นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ บาง
คนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากรูปธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บาง
คนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
นรูปนอรูปธาตุมูลกนัย จบ
นกามนรูปธาตุมูลกนัย
[๓๔๙] บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วอุบัติในกามธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
การที่บุคคลไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วอุบัติในรูปธาตุย่อมเป็นไปไม่ได้
บุคคลผู้อุบัติหลังจากนั้นย่อมเกิดเฉพาะในกามธาตุเท่านั้น จึงมีอนุสัยนอนเนื่องครบ
ทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วอุบัติในอรูปธาตุ บางคนมีอนุสัย ๗
นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง ไม่มี
อนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุ บางคนมีอนุสัย
๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและอรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุ บางคนมี
อนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๕๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ยมก [๗. อนุสยยมก] ๒. มหาวาร ๗. ธาตุวิสัชชนาวาร
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในอรูปธาตุ มีอนุสัยนอน
เนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
การที่บุคคลไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและอรูปธาตุ
ย่อมเป็นไปไม่ได้ บุคคลผู้อุบัติหลังจากนั้นย่อมเกิดเฉพาะในกามธาตุเท่านั้น จึงมี
อนุสัยนอนเนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในรูปธาตุและอรูปธาตุ มีอนุสัย
นอนเนื่องครบทั้ง ๗ ไม่มีอนุสยภังคะ
บุคคลผู้ไม่จุติจากกามธาตุและรูปธาตุแล้วไม่อุบัติในกามธาตุและรูปธาตุ บาง
คนมีอนุสัย ๗ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๕ นอนเนื่อง บางคนมีอนุสัย ๓ นอนเนื่อง
ไม่มีอนุสยภังคะ
นกามนรูปธาตุมูลกนัย จบ
ธาตุวิสัชชนาวาร จบ
อนุสยยมกที่ ๗ จบ
ปุริมยมกปกรณ์ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๘ หน้า :๘๕๔ }

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๘ อภิธรรมปิฎกที่ ๐๕ ยมก ภาค ๑ จบ

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น