ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

เล่มที่ ๔๐-๓ หน้า ๑๒๑ - ๑๘๑

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๔๐-๓ อภิธรรมปิฎกที่ ๐๗ ปัฏฐาน ภาค ๑



พระอภิธรรมปิฎก
ธัมมานุโลม ติกปัฏฐาน
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร

กัมมปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
อาหารปัจจัย " " มี ๒ วาระ
อินทรียปัจจัย " " มี ๒ วาระ
ฌานปัจจัย " " มี ๒ วาระ
มัคคปัจจัย " " มี ๑ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
อัตถิปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นัตถิปัจจัย " " มี ๒ วาระ
วิคตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
อวิคตปัจจัย " " มี ๒ วาระ

จตุกกนัย

[๒๒๗] สหชาตปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณ-

ปัจจัยมี ๑ วาระ

อัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ย่อ)

โนนัตถิและโนวิคตทุกนัย

[๒๒๘] เหตุปัจจัย กับโนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ
อธิปติปัจจัย " " มี ๕ วาระ
สหชาตปัจจัย " " มี ๕ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร

นิสสยปัจจัย กับโนนัตถิปัจจัยและโนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ
กัมมปัจจัย " " มี ๕ วาระ
วิปากปัจจัย " " มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย " " มี ๕ วาระ
อินทรียปัจจัย " " มี ๕ วาระ
ฌานปัจจัย " " มี ๕ วาระ
มัคคปัจจัย " " มี ๕ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย " " มี ๕ วาระ
อัตถิปัจจัย " " มี ๕ วาระ
อวิคตปัจจัย " " มี ๕ วาระ

ติกนัย

[๒๒๙] สหชาตปัจจัย กับโนวิคตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย " " มี ๑ วาระ
วิปากปัจจัย " " มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย " " มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย " " มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย " " มี ๑ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ ฯลฯ

อัฏฐกนัย

[๒๓๐] สหชาตปัจจัย กับโนวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย นอารัมมณปัจจัย

นอธิปติปัจจัย นอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย และนอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร

นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

เตรสกนัย

[๒๓๑] สหชาตปัจจัย กับโนวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย มี

๑ วาระ

นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ

ปัณณรสกนัย

[๒๓๒] สหชาตปัจจัย กับโนวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย

นวิปากปัจจัย และนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ

นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๑. ปฏิจจวาร
เอกวีสกนัย
[๒๓๓] สหชาตปัจจัย กับโนวิคตปัจจัย นเหตุปัจจัย ฯลฯ นกัมมปัจจัย
นวิปากปัจจัย นอาหารปัจจัย นอินทรียปัจจัย นฌานปัจจัย นมัคคปัจจัย
นสัมปยุตตปัจจัย นวิปปยุตตปัจจัย และโนนัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ

นิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

ปัจจนียานุโลม จบ
ปฏิจจวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร
๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๒๓๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ขันธ์ ๑ เกิดพร้อมกับขันธ์ ๓
ขันธ์ ๒ เกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ที่เป็นกุศล (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นกุศล
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็น
กุศล ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และจิตต-
สมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ (๓)
[๒๓๕] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะเหตุ-
ปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ เกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ขันธ์ ๑ เกิดพร้อมกับ
ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ เกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะเหตุปัจจัย
ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ที่เป็นอกุศล (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศล
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็น
อกุศล ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และจิตต-
สมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ (๓)
[๒๓๖] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับ
ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓
และกฏัตตารูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูป
เกิดพร้อมกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ หทัยวัตถุ
เกิดพร้อมกับขันธ์ ขันธ์เกิดพร้อมกับหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๓ เกิดพร้อมกับ
มหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๑ เกิดพร้อมกับมหาภูตรูป ๓ มหาภูตรูป ๒ เกิด
พร้อมกับมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปเกิดพร้อม
กับมหาภูตรูป (๑)
[๒๓๗] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นกุศลและ
ที่เป็นอัพยากฤตเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ที่เป็น
กุศลและมหาภูตรูป (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็น
อัพยากฤตเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ที่เป็นอกุศล
และมหาภูตรูป (๑)
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปฏิจจวาร)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

[๒๓๘] เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร

ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๓ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ

อนุโลม จบ
(พึงนับวาระเหมือนการนับในปฏิจจวาร)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย

[๒๓๙] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอกุศลเพราะ

นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะเกิดพร้อม
กับขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเกิดพร้อมกับสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ
ซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยา ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร
ขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๒ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น
อเหตุกะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก ขันธ์ ๑
และกฏัตตารูป เกิดพร้อมกับขันธ์ ๓ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปเกิดพร้อมกับขันธ์ ๒
หทัยวัตถุเกิดพร้อมกับขันธ์ ขันธ์เกิดพร้อมกับหทัยวัตถุ มหาภูตรูป ๓ เกิดพร้อม
กับมหาภูตรูป ๑ มหาภูตรูป ๑ เกิดพร้อมกับมหาภูตรูป ๓ มหาภูตรูป ๒ เกิด
พร้อมกับมหาภูตรูป ๒ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปเกิดพร้อม
กับมหาภูตรูป ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ...
สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ เกิดพร้อมกับมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปเกิดพร้อมกับมหาภูตรูป
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปฏิจจวาร)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

[๒๔๐] นเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร

นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ

ปัจจนียะ จบ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

[๒๔๑] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

อนุโลมปัจจนียะ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๒๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๒. สหชาตวาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

[๒๔๒] อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาระ
อนันตรปัจจัย " มี ๒ วาระ
สมนันตรปัจจัย " มี ๒ วาระ
สหนันตรปัจจัย " มี ๒ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย " มี ๒ วาระ
นิสสยปัจจัย " มี ๒ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย " มี ๒ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย " มี ๒ วาระ
อาเสวนปัจจัย " มี ๒ วาระ
กัมมปัจจัย " มี ๒ วาระ
วิปากปัจจัย " มี ๒ วาระ
อินทรียปัจจัย " มี ๒ วาระ
ฌานปัจจัย " มี ๒ วาระ
มัคคปัจจัย " มี ๒ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย " มี ๒ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย " มี ๒ วาระ
อัตถิปัจจัย " มี ๒ วาระ
นัตถิปัจจัย " มี ๒ วาระ
วิคตปัจจัย " มี ๒ วาระ
อวิคตปัจจัย " มี ๒ วาระ

ปัจจนียานุโลม จบ
สหชาตวาร จบ
(ที่เป็นปฏิจจวาร ได้แก่ สหชาตวาร ที่เป็นสหชาตวาร ได้แก่ ปฏิจจวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
[๒๔๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัย๑เกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
กุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
[๒๔๔] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑
ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
อกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)

เชิงอรรถ :
๑อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๔๓/๔๙๐

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
[๒๔๕] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และจิตต-
สมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูป
ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๑
ที่เป็นอัพยากตวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๓ ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุ
ทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓
ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๑ ทำมหาภูตรูป ๓ ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป
และกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
เหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๔)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๕)
[๒๔๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลและ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลและ
มหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็น
อัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
กุศลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูป
ทำขันธ์ที่เป็นกุศลและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
[๒๔๗] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลและ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นอกุศลและ
มหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่
เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่
เป็นอกุศลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตต-
สมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นอกุศลและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
อารัมมณปัจจัย
[๒๔๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑
ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
[๒๔๙] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
[๒๕๐] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก
และที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
อัพยากตวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒
ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณ
ทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น โสตวิญญาณทำโสตายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ฆานวิญญาณทำฆานายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ชิวหาวิญญาณทำชิวหายตนะให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
[๒๕๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลและ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น (๑)
[๒๕๒] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล
และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
อธิปติปัจจัย
[๒๕๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อธิปติปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อธิปติปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้นเพราะอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๓
ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูป
ทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากต-
กิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนเหตุปัจจัย)
อนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย
[๒๕๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อนันตรปัจจัย เพราะสมนันตรปัจจัย
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนอารัมมณปัจจัย)
สหชาตปัจจัย
[๒๕๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
สหชาตปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ
... ทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะสหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ
ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มี
อุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำ
จักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
สหชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนเหตุปัจจัย)
อัญญมัญญปัจจัย
[๒๕๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะอัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๑ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้นเพราะอัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและ
ที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุ
ทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำ
มหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน
... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
เกิดขึ้น ฯลฯ มหาภูตรูป ๒ ทำมหาภูตรูป ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำ
จักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อัญญมัญญปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนอารัมมณปัจจัย)
นิสสยปัจจัย
[๒๕๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นิสสยปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนสหชาตปัจจัย)
อุปนิสสยปัจจัย
[๒๕๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะอุปนิสสยปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... (ปัจจัยนี้เหมือนกับ
อารัมมณปัจจัย)
ปุเรชาตปัจจัย
[๒๕๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
ปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
ปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
ปุเรชาตปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็น
อัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย จักขุวิญญาณ
ทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
ปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
ปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลและหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลและ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะปุเรชาตปัจจัย (๑)
อาเสวนปัจจัย
[๒๖๐] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อาเสวนปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศล ฯลฯ (๒)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
... ทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอาเสวนปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลและ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
กัมมปัจจัย
[๒๖๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
กัมมปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะกัมมปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา
ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม
... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำ
กายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๓๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
กัมมปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะกัมมปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ (๕)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นกุศล และที่เป็นอัพยากฤต ... ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
กัมมปัจจัย ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต ... ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
กัมมปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลและหทัยวัตถุ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูป
ทำขันธ์ที่เป็นอกุศลและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
วิปากปัจจัย
[๒๖๒] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะวิปากปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบาก ฯลฯ ใน
ปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็น
อัพยากตวิบากทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
อาหารปัจจัย
[๒๖๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อาหารปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ
... ทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะอาหารปัจจัย ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ ทำมหาภูตรูป ๑ ที่มีอาหารเป็น
สมุฏฐาน ฯลฯ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ
ทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากต-
กิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (บริบูรณ์แล้ว)
อินทรียปัจจัย
[๒๖๔] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อินทรียปัจจัย ฯลฯ สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(พึงขยายอินทรียปัจจัยให้พิสดารเหมือนกับกัมมปัจจัย)
ฌานปัจจัยและมัคคปัจจัย
[๒๖๕] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
ฌานปัจจัย ฯลฯ เพราะมัคคปัจจัย
(พึงขยายฌานปัจจัยและมัคคปัจจัยให้พิสดารเหมือนกับเหตุปัจจัย)
สัมปยุตตปัจจัย
[๒๖๖] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
สัมปยุตตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัย)
วิปปยุตตปัจจัย
[๒๖๗] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
กุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูป
ทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑
ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย
จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็น
อัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-
ปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากให้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย กฏัตตารูปทำขันธ์ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ... ทำ
มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูป
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตต-
ปัจจัย จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำ
กายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยา
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๔)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๕)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศลและหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒
ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศล
และมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็น
อัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่
เป็นกุศลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๓ และหทัยวัตถุให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตต-
สมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอกุศลและ
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๒ และหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤต
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นอกุศล
และมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะวิปปยุตตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่
เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ ทำขันธ์ ๑ ที่

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
เป็นอกุศลและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ ... จิตตสมุฏฐานรูป
ทำขันธ์ที่เป็นอกุศลและมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะวิปปยุตตปัจจัย จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะวิปปยุตตปัจจัย (๓)
อัตถิปัจจัยเป็นต้น
[๒๖๘] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
อัตถิปัจจัย ฯลฯ (อัตถิปัจจัยพึงแจกเหมือนสหชาตปัจจัย นัตถิปัจจัยและวิคตปัจจัย
พึงแจกเหมือนอารัมมณปัจจัย อวิคตปัจจัยพึงแจกเหมือนสหชาตปัจจัย)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

[๒๖๙] เหตุปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๗ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๗ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๑๗ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๑๗ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๑๗ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

มัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๗ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๗ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๗ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ

เหตุทุกนัย

[๒๗๐] อารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ
อธิปติปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
อนันตรปัจจัย " มี ๗ วาระ
สมนันตรปัจจัย " มี ๗ วาระ
สหชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ

ติกนัย
อธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัย และอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ (ทุกปัจจัยมี
ปัจจัยละ ๗ วาระ)

วิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ ฯลฯ

ทวาทสกนัย (สาเสวนะ)

กัมมปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย อนันตรปัจจัย

สมนันตรปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย
ปุเรชาตปัจจัย และอาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

อาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ ฯลฯ

พาวีสกนัย
อวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย อาเสวนปัจจัย
กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย ฯลฯ วิคตปัจจัย มี ๗ วาระ
เตรสกนัย (สวิปากะ)
อาหารปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย
และวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
พาวีสกนัย (สวิปากะ)
อวิคตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย
วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย ฯลฯ วิคตปัจจัย มี ๑ วาระ
เหตุมูลกนัย จบ
อารัมมณทุกนัย

[๒๗๑] เหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ
อธิปติปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ

(พึงขยายอารัมมณมูลกนัยให้พิสดารเหมือนเหตุมูลกนัย)
อธิปติทุกนัย

[๒๗๒] เหตุปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ ฯลฯ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
อนันตระและสมนันตรทุกนัย

[๒๗๓] เหตุปัจจัย กับอนันตรปัจจัย...
เหตุปัจจัย กับสมนันตรปัจจัย มี ๗ วาระ ฯลฯ

ทุกนัยมีสหชาตปัจจัยเป็นต้น

[๒๗๔] เหตุปัจจัย กับสหชาตปัจจัย ฯลฯ
เหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัย ฯลฯ
เหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ
อารัมมณปัจจัย " มี ๗ วาระ
อธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
อนันตรปัจจัย " มี ๗ วาระ
สมนันตรปัจจัย " มี ๗ วาระ
สหชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย " มี ๗ วาระ
นิสสยปัจจัย " มี ๗ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย " มี ๗ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
กัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
อาหารปัจจัย " มี ๗ วาระ
อินทรียปัจจัย " มี ๗ วาระ
ฌานปัจจัย " มี ๗ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

มัคคปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย " มี ๗ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย " มี ๗ วาระ
อัตถิปัจจัย " มี ๗ วาระ
นัตถิปัจจัย " มี ๗ วาระ
วิคตปัจจัย " มี ๗ วาระ
อวิคตปัจจัย " มี ๗ วาระ ฯลฯ

กัมมะและวิปากทุกนัย

[๒๗๕] เหตุปัจจัย กับกัมมปัจจัย ฯลฯ
เหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อารัมมณปัจจัย " มี ๑ วาระ
อธิปติปัจจัย " มี ๑ วาระ
อนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
สมนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
สหชาตปัจจัย " มี ๑ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย " มี ๑ วาระ
นิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย " มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย " มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
อินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
ฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
มัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๔๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

สัมปยุตตปัจจัย กับวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
อัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
นัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
วิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ
อวิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ ฯลฯ

ทุกนัยมีอาหารปัจจัยเป็นต้น

[๒๗๖] เหตุปัจจัย กับอาหารปัจจัย ฯลฯ
เหตุปัจจัย กับอินทรียปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับฌานปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับสัมปยุตตปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับอัตถิปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับนัตถิปัจจัย ...
เหตุปัจจัย กับวิคตปัจจัย ฯลฯ
เหตุปัจจัย กับอวิคตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
อารัมมณปัจจัย " มี ๗ วาระ ฯลฯ
วิคตปัจจัย " มี ๗ วาระ

อนุโลมในปัจจยวาร จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
[๒๗๗] สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะ
ทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอเหตุกะ
ซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและอัพยากตกิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และ
จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ
ขันธ์ ๓ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากตวิบากให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
ขันธ์ ๒ และกฏัตตารูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น หทัยวัตถุทำขันธ์ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำ
มหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่
มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูต-
รูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณ
ทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากตวิบากและ
อัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะทำ
หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ โมหะที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วย
อุทธัจจะทำขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะและหทัยวัตถุให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
นอารัมมณปัจจัย
[๒๗๘] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิด
ขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้น
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนนอารัมมณปัจจัยในปฏิจจวาร)
นอธิปติปัจจัย
[๒๗๙] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะนอธิปติปัจจัย ได้แก่ ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ
... ทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ
... ทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤต ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (พึงเพิ่ม
อัพยากตบทให้บริบูรณ์) ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มี
อุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... ทำมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ
จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตวิบากและที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นอธิปติปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
(พึงนับเหมือนสหชาตปัจจัยในอนุโลม)
นอนันตรปัจจัยเป็นต้น
[๒๘๐] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะนอนันตรปัจจัย เพราะนสมนันตรปัจจัย เพราะนอัญญมัญญปัจจัย
เพราะ นอุปนิสสยปัจจัย เพราะนปุเรชาตปัจจัย
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปฏิจจวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
นปัจฉาชาตปัจจัยเป็นต้น
[๒๘๑] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นปัจฉาชาตปัจจัย เพราะนอาเสวนปัจจัย ฯลฯ ทำจักขายตนะ ฯลฯ
(นปัจฉาชาตปัจจัยและนอาเสวนปัจจัยบริบูรณ์แล้ว มี ๑๗ วาระ)
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนสหชาตปัจจัยในอนุโลม)
นกัมมปัจจัย
[๒๘๒] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นกัมมปัจจัยได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำขันธ์ที่เป็นอกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาทำขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาให้
เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก ... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ทำมหาภูตรูป ๑
ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ฯลฯ อุปาทายรูป ... เจตนาที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัย
เกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นกุศลทำขันธ์ที่เป็นกุศลและทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นอกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศลและที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่เป็นอกุศลทำขันธ์ที่เป็นอกุศลและ
ทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (๑)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
นวิปากปัจจัย
[๒๘๓] สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นวิปากปัจจัย ... ทำขันธ์ ๑ ที่เป็นกุศล ... มี ๓ วาระ
... ทำสภาวธรรมที่เป็นอกุศล ... มี ๓ วาระ
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะนวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๑ ที่เป็นอัพยากต-
กิริยาให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ ๒ ให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้น มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ จิตต-
สมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ที่เป็นภายนอก
... ที่มีอาหารเป็นสมุฏฐาน ... ที่มีอุตุเป็นสมุฏฐาน ... สำหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม
มหาภูตรูป ๓ ทำมหาภูตรูป ๑ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กฏัตตารูปที่เป็น
อุปาทายรูปทำมหาภูตรูปให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่เป็นกุศลทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
นวิปากปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่เป็นกุศลทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (เว้นวิปากปัจจัย
ทุกปัจจัยพึงขยายให้พิสดาร)
นอาหารปัจจัยเป็นต้น
[๒๘๔] สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็น
ปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนอาหารปัจจัย เพราะนอินทรียปัจจัย เพราะนฌานปัจจัย ฯลฯ
จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ กายวิญญาณทำกายายตนะ
ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (นี้เป็นความต่างกันในนฌานปัจจัย)
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
เพราะนมัคคปัจจัย ได้แก่ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ฯลฯ
กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ขันธ์ที่เป็นอเหตุกะซึ่งเป็นอัพยากต-
วิบากและอัพยากตกิริยาทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น (นี้เป็นความต่างกันใน
นมัคคปัจจัย)
(ที่เหลือพึงขยายให้พิสดารเหมือนปัจจนียะในปฏิจจวาร)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
นสัมปยุตตปัจจัยเป็นต้น
[๒๘๕] ... เพราะนสัมปยุตตปัจจัย เพราะนวิปปยุตตปัจจัย เพราะโนนัตถิ-
ปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นอัพยากฤตทำสภาวธรรมที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ
โนวิคตปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปทำขันธ์ที่เป็นกุศลให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
(พึงขยายให้พิสดารเหมือนในปฏิจจวาร)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

[๒๘๖] นเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นสัมปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๕ วาระ

นเหตุทุกนัย

[๒๘๗] นอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๔ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๒ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๔ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๔ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๔ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอธิปติปัจจัย กับนเหตุปัจจัยและนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ ฯลฯ

นอารัมมณทุกนัย

[๒๘๘] นเหตุปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๕ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

โนนัตถิปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

ติกนัย

นอธิปติปัจจัย กับนอารัมมณปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ ฯลฯ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ ฯลฯ

นอธิปติทุกนัย

[๒๘๙] นเหตุปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นอาหารปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ

จตุกกนัย
นอนันตรปัจจัย กับนอธิปติปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑
วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ) ฯลฯ
นอนันตรปัจจัยเป็นต้น
[๒๙๐] ...กับนอนันตรปัจจัย นสมนันตรปัจจัย นอัญญมัญญปัจจัย และ
นอุปนิสสยปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๕๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
นปุเรชาตทุกนัย

[๒๙๑] นเหตุปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย มี ๒ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๓ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นอุปนิสสยปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นอาหารปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ

จตุกกนัย
นอธิปติปัจจัย กับนปุเรชาตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑
วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
นปัจฉาชาตะและนอาเสวนทุกนัย

[๒๙๒] นเหตุปัจจัย กับนปัจฉาชาตปัจจัย ฯลฯ นอาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ


นอารัมมณปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นปุเรชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๕ วาระ

ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นอาหารปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นมัคคปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ

จตุกกนัย
นอธิปติปัจจัย กับนอาเสวนปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑
วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
นกัมมทุกนัย

[๒๙๓] นเหตุปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นมัคคปัจจัย กับนกัมมปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ

ติกนัย
นอารัมมณปัจจัย กับนกัมมปัจจัย และนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมี
ปัจจัยละ ๑ วาระ)
โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
นวิปากทุกนัย

[๒๙๔] นเหตุปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นมัคคปัจจัย กับนวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับนวิปากปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๔ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอาหารปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
จตุกกนัย
นอธิปติปัจจัย กับนวิปากปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี ๑
วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
โนวิคตปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
ทุกนัยมีนอาหารปัจจัยเป็นต้น
[๒๙๕] นเหตุปัจจัย กับนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑
วาระ)
โนวิคตปัจจัย กับนอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นเหตุปัจจัย กับนอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
นเหตุปัจจัย กับนฌานปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
นเหตุปัจจัย กับนมัคคปัจจัย มี ๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
... กับนสัมปยุตตปัจจัย ... (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)
นวิปปยุตตทุกนัย

[๒๙๖] นเหตุปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๓ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๓ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๓ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๓ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นวิปากปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ

ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัยและนเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๒ วาระ
นอาหารปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
จตุกกนัย
นอธิปติปัจจัย กับนวิปปยุตตปัจจัย นเหตุปัจจัย และนอารัมมณปัจจัย มี
๑ วาระ (ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๑ วาระ)
... กับโนนัตถิปัจจัย ... กับโนวิคตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับนอารัมมณปัจจัย)
ปัจจนียะในปัจจยวาร จบ
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
เหตุทุกนัย

[๒๙๗] นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอธิปติปัจจัย กับเหตุปัจจัยและอารัมมณปัจจัย มี ๗ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๓ วาระ ฯลฯ

เอกาทสกนัย
นปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย อธิปติปัจจัย อนันตรปัจจัย
สมนันตรปัจจัย สหชาตปัจจัย อัญญมัญญปัจจัย นิสสยปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย
และปุเรชาตปัจจัย มี ๗ วาระ

นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ

ทวาทสกนัย (สาเสวนะ)
นปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย และ
อาเสวนปัจจัย มี ๗ วาระ

นกัมมปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ ฯลฯ

เตวีสกนัย
นปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย
อาเสวนปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย อินทรียปัจจัย ฌานปัจจัย มัคคปัจจัย

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๖๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
สัมปยุตตปัจจัย วิปปยุตตปัจจัย อัตถิปัจจัย นัตถิปัจจัย วิคตปัจจัย และอวิคต-
ปัจจัย มี ๗ วาระ

นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ

เตรสกนัย (สวิปากะ)
นปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย กัมมปัจจัย
และวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ

นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

เตวีสกนัย (สวิปากะ)
นปัจฉาชาตปัจจัย กับเหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย
กัมมปัจจัย วิปากปัจจัย อาหารปัจจัย ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ

นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ

อารัมมณทุกนัย

[๒๙๘] นเหตุปัจจัย กับอารัมมณปัจจัย มี ๔ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๗ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอธิปติปัจจัย กับอารัมมณปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๓ วาระ

(พึงนับเหมือนเหตุมูลกนัย)
อธิปติทุกนัย

[๒๙๙] นอารัมมณปัจจัย กับอธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

... กับอธิปติปัจจัยและเหตุปัจจัย (ย่อ)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๑ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
...กับอนันตรปัจจัยและสมนันตรปัจจัย ... (พึงขยายให้พิสดารเหมือน
อารัมมณมูลกนัย)
สหชาตทุกนัย

[๓๐๐] นเหตุปัจจัย กับสหชาตปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับสหชาตปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ (ย่อ)
นวิปากปัจจัย " " มี ๑๗ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๒ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นสัมปยุตตปัจจัย กับสหชาตปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๕ วาระ

... กับสหชาตปัจจัย เหตุปัจจัย และอารัมมณปัจจัย (ย่อ)
อัญญมัญญทุกนัย

[๓๐๑] นเหตุปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๓ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ

จตุกกนัย
นอธิปติปัจจัย กับอัญญมัญญปัจจัย เหตุปัจจัย และอารัมมณปัจจัย มี ๗
วาระ (ย่อ)
นิสสยทุกนัย
[๓๐๒] นเหตุปัจจัย กับนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ (นิสสยปัจจัยเหมือน
สหชาตปัจจัย)
อุปนิสสยทุกนัย
[๓๐๓] นเหตุปัจจัย กับอุปนิสสยปัจจัย มี ๔ วาระ (อุปนิสสยปัจจัยพึง
แจกเหมือนอารัมมณปัจจัย)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๔ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ปุเรชาตทุกนัย

[๓๐๔] นเหตุปัจจัย กับปุเรชาตปัจจัย มี ๔ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๗ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ

... กับปุเรชาตปัจจัยและเหตุปัจจัย ฯลฯ
อาเสวนทุกนัย

[๓๐๕] นเหตุปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย มี ๔ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๗ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ

ติกนัย

นอธิปติปัจจัย กับอาเสวนปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๗ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " " มี ๗ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๓ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๕ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
จตุกกนัย
[๓๐๖] นอธิปติปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย เหตุปัจจัย และอารัมมณปัจจัย มี
๗ วาระ (ย่อ)
นปัจฉาชาตปัจจัย กับอาเสวนปัจจัย เหตุปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย
กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๗ วาระ
กัมมทุกนัย

[๓๐๗] นเหตุปัจจัย กับกัมมปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๖ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับกัมมปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ
นวิปากปัจจัย " " มี ๑๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๕ วาระ (ย่อ)

วิปากทุกนัย

[๓๐๘] นเหตุปัจจัย กับวิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๑ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๑ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๗ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับวิปากปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๑ วาระ
นอธิปติปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๑ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๑ วาระ ฯลฯ

ทวาทสกนัย
นปัจฉาชาตปัจจัย กับวิปากปัจจัย เหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย ฯลฯ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ
นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ ฯลฯ
เตวีสกนัย
นปัจฉาชาตปัจจัย กับวิปากปัจจัย เหตุปัจจัย ฯลฯ ปุเรชาตปัจจัย กัมม-
ปัจจัย อาหารปัจจัย ฯลฯ อวิคตปัจจัย มี ๑ วาระ
นอาเสวนปัจจัย กับ ฯลฯ มี ๑ วาระ (ย่อ)
อาหารทุกนัย
[๓๐๙] นเหตุปัจจัย กับอาหารปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๘ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นอธิปติปัจจัย กับอาหารปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๗ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอินทรียปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ

ติกนัย

นอารัมมณปัจจัย กับอาหารปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ ฯลฯ
นวิปากปัจจัย " " มี ๑๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " " มี ๕ วาระ
นวปปยุตปัจจัย " " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " " มี ๕ วาระ (ย่อ)


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๗๙ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร
อินทรียทุกนัย

[๓๑๐] นเหตุปัจจัย กับอินทรียปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ ฯลฯ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาหารปัจจัย " มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

... กับอินทรียปัจจัย และเหตุปัจจัย (ย่อ)
ฌานทุกนัย

[๓๑๑] นเหตุปัจจัย บฌานปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ ฯลฯ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

... กับฌานปัจจัยและเหตุปัจจัย (ย่อ)
มัคคทุกนัย

[๓๑๒] นเหตุปัจจัย กับมัคคปัจจัย มี ๓ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ ฯลฯ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๘๐ }

พระอภิธรรมปิฎก ธัมมานุโลม [ติกปัฏฐาน] ๑. กุสลติกะ ๓. ปัจจยวาร

นวิปากปัจจัย กับมัคคปัจจัย มี ๑๗ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย " มี ๓ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ

นอารัมมณปัจจัย กับมัคคปัจจัยและเหตุปัจจัย มี ๕ วาระ (ย่อ)
... กับสัมปยุตตปัจจัย (ปัจจัยนี้เหมือนกับอารัมมณปัจจัย)
วิปปยุตตทุกนัย

[๓๑๓] นเหตุปัจจัย กับวิปปยุตตปัจจัย มี ๔ วาระ
นอารัมมณปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอธิปติปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นสมนันตรปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย " มี ๕ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย " มี ๕ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นอาเสวนปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นกัมมปัจจัย " มี ๗ วาระ
นวิปากปัจจัย " มี ๑๗ วาระ
นฌานปัจจัย " มี ๑ วาระ
นมัคคปัจจัย " มี ๑ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนนัตถิปัจจัย " มี ๕ วาระ
โนวิคตปัจจัย " มี ๕ วาระ


{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๔๐ หน้า :๑๘๑ }

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น