ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

ขันธ์ 5

ธัมมโชติ รวมธรรมะน่าสนใจจากพระไตรปิฎกด้วยภาษาง่ายๆ เพื่อคนรุ่นใหม่

เพื่อเป็นพื้นฐานให้เข้าใจธรรมะต่างๆ ได้ง่ายขึ้น มาทำความรู้จักขันธ์ 5 ก่อนนะครับ หน้านี้จะอธิบายเรื่องขันธ์ 5 อย่างละเอียดว่าขันธ์ 5 คืออะไร ขันธ์ 5 ประกอบด้วยอะไรบ้าง ขันธ์แปลว่าอะไร และขันธ์ 5 แต่ละขันธ์หมายถึงอะไร รวมถึงความหมายของนิพพานด้วยครับ


ผังแสดงขันธ์ 5


สรรพสิ่งทั้งหลายในอนันตจักรวาลนั้น แยกประเภทได้เป็น 3 ส่วน (ดูแผนผังประกอบนะครับ) คือ
  1. ส่วนที่เป็นวัตถุทั้งหลาย ได้แก่ สสารทั้งหลาย แสง สีทั้งหลาย เสียง กลิ่น รส ความเย็น ความร้อน ความอ่อน ความแข็ง ความหย่อน ความตึง อาการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ ช่องว่างต่างๆ อากาศ ดิน น้ำ ไฟ ลม สภาพแห่งความเป็นหญิง เป็นชาย เนื้อสมองและระบบของเส้นประสาททั้งหลาย อันเป็นฐานให้จิตเกิด รวมทั้งอาการแห่งความเกิดขึ้น ตั้งอยู่ เสื่อมไป ดับไปของวัตถุทั้งหลายด้วยนะครับ
    รวมเรียกว่ารูปขันธ์ (ขันธ์ แปลว่า กอง หมวด หมู่)

  2. ส่วนที่เป็นความรู้สึกนึกคิด และความคิดทั้งหลาย รวมเรียกว่านามขันธ์ แยกได้ 4 ชนิดนะครับ คือ
    1. เวทนาขันธ์ คือความรู้สึกเป็นสุขทางกาย ทุกข์ทางกาย โสมนัส(สุขทางใจ) โทมนัส(ทุกข์ทางใจ) อุเบกขาหรืออทุกขมสุขเวทนา (เป็นกลางๆ ไม่สุขไม่ทุกข์)

    2. สัญญาขันธ์ คือความจำได้หมายรู้ในสิ่งต่างๆ คือส่วนที่ทำหน้าที่ในการจำนั่นเองครับ (ไม่ใช่เนื้อสมองนะครับ แต่เป็นส่วนของความรู้สึกนึกคิด เนื้อสมองนั้นจัดเป็นรูปขันธ์ เนื้อสมองเป็นเหมือนสำนักงาน ส่วนนามขันธ์ทั้งหลายเหมือนผู้ที่ทำงานในสำนักงานนั้นครับ)

    3. สังขารขันธ์ คือส่วนที่ปรุงแต่งจิต คือสภาพที่ปรากฎของจิตนั่นเองครับเช่น ความโลภ ความโกรธ ความหลง ทาน (สภาพของจิตที่สละสิ่งต่างๆ ออกไป เป็นความรู้สึกที่ตรงข้ามกับความโลภ) ความเมตตา กรุณา มุทิตา สมาธิ ความฟุ้งซ่าน ความหดหู่ท้อถอย ความง่วง ความละอาย ความเกรงกลัว ความไม่ละอาย ความไม่เกรงกลัว เจตนาในการทำสิ่งต่างๆ ความลังเลสงสัย ความมั่นใจ ความเย่อหยิ่งถือตัว ความเพียร ปิติ ความยินดีพอใจ ความอิจฉา ความตระหนี่ ศรัทธา สติ ปัญญา การคิด การตรึกตรอง

    4. วิญญาณขันธ์ หรือจิต คือผู้ที่รับรู้สิ่งทั้งปวง คือรับรู้ความรู้สึกต่างๆ
      ตั้งแต่ ข้อ 2.1 จนถึงข้อ 2.3 นะครับ (รับรู้เวทนาขันธ์, สัญญาขันธ์, สังขารขันธ์) และเป็นผู้รับรู้ถึงส่วนที่เป็นรูปขันธ์ทั้งหลายด้วยครับ ได้แก่เป็นผู้รับรู้สิ่งทั้งหลายที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กาย นั่นเองครับ รวมถึงเป็นผู้รับรู้ในสภาวะแห่งนิพพานด้วย
  1. นิพพาน คือสภาวะที่พ้นจากรูปขันธ์และนามขันธ์ทั้งปวง
    หรือสภาวะจิตที่พ้นจากความยึดมั่นผูกพันธ์ในสิ่งทั้งปวง รวมถึงไม่ยึดมั่นในนิพพานด้วยครับ

    นิพพาน = นิ + วาน (ในภาษาบาลีนั้น ว. กับ พ. ใช้แทนกันได้ วาน จึงเท่ากับ พาน นะครับ)
    นิ = พ้น
    วาน = สิ่งที่เกี่ยวโยงไว้ ได้แก่ ตัณหาคือความทะยานอยาก และอุปาทานคือความยึดมั่นถือมั่นนั่นเองครับ

    นิวาน หรือนิพพาน แปลตามตัวจึงหมายถึงความพ้นจากเครื่องเกี่ยวโยง (ตัณหาและอุปาทาน) นั่นเองครับ

ผังแสดงขันธ์ 5

สรุปแล้วขันธ์ 5 ประกอบด้วย
  1. รูปขันธ์
  2. เวทนาขันธ์
  3. สัญญาขันธ์
  4. สังขารขันธ์
  5. วิญญาณขันธ์
โดยที่เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์รวมเรียกว่าเจตสิก ซึ่งแปลว่าเป็นสิ่งที่เกิดร่วมกับจิตเสมอ (ในภาษาบาลีนั้นสระ อิ กับสระ เอ ใช้แทนกันได้ เจต จึงเท่ากับ จิต นั่นเองครับ) คือจิตและเจตสิกจะเกิดและดับพร้อมกันเสมอ จะแยกกันเกิดไม่ได้ เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกันอยู่ เพียงแต่ว่าตอนนั้นนามขันธ์ตัวไหนจะแสดงตัวเด่นกว่าตัวอื่นเท่านั้นเองครับ

ธัมมโชติ

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น