ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

เล่มที่ ๓๒-๖ หน้า ๒๙๕ - ๓๕๒

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒-๖ สุตตันตปิฎกที่ ๒๔ ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑



พระสุตตันตปิฎก
ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๑
_____________
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๓. จันทนปูชกเถราปทาน
[๑๓] ครั้นข้าพเจ้าบูชาพระญาณแล้ว
จึงได้เห็นต้นเลียบ ข้าพเจ้าได้ปัญญานั้น
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ
[๑๔] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ
[๑๕] ในกัปที่ ๑๓ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๒ ชาติ
มีนามเหมือนกันว่าพลุคคตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๑๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสุทัสสนเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สุทัสสนเถราปทานที่ ๒ จบ
๓. จันทนปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระจันทนปูชกเถระ
(พระจันทนปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๗] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นกินนร
อาศัยอยู่ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
มีดอกไม้เป็นภักษา นุ่งห่มดอกไม้
[๑๘] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
เสด็จเหาะไปตามชายป่า ดังพญาหงส์ในท้องฟ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๒๙๕ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๓. จันทนปูชกเถราปทาน
[๑๙] (ข้าพเจ้ากราบทูลว่า) ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นบุรุษอาชาไนย
ข้าพระองค์ขอนอบน้อมพระองค์ จิตพระองค์บริสุทธิ์ดี
พระองค์มีสีพระพักตร์ผ่องใส มีพระทัยผ่องแผ้ว
[๒๐] พระผู้มีพระภาค ผู้มีปัญญาดังแผ่นดิน มีปัญญาดี
เสด็จลงจากอากาศ ทรงปูลาดผ้าสังฆาฏิแล้ว ประทับนั่งขัดสมาธิ
[๒๑] ข้าพเจ้าถือแก่นจันทน์หอมอย่างละเอียด
ได้ไปยังสำนักพระชินเจ้า
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้บูชาพระพุทธเจ้า
[๒๒] ข้าพเจ้าถวายอภิวาทพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
ทำความปราโมทย์ให้เกิดขึ้นแล้ว
บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศเหนือ
[๒๓] ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป)
ข้าพเจ้าได้ใช้แก่นจันทน์บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๒๔] ในกัปที่ ๑๑๔ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ
พระนามว่าโรหิณี มีพลานุภาพมาก
[๒๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระจันทนปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
จันทนปูชกเถราปทานที่ ๓ จบ
ภาณวารที่ ๘ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๒๙๖ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน
๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปุปผฉทนิยเถระ
(พระปุปผฉทนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๖] พราหมณ์มีนามว่าสุนันทะ
เป็นผู้คงแก่เรียน จบมนตร์ เป็นผู้ควรแก่การขอ
ได้บูชายัญชื่อว่าวาชเปยยะ (กล่าวคำอ่อนหวาน)
[๒๗] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ
ทรงรู้แจ้งโลก ทรงเป็นผู้เลิศ ทรงเป็นฤๅษี
ประกอบด้วยพระกรุณา ทรงอนุเคราะห์หมู่ชน
เสด็จจงกรมในอากาศ
[๒๘] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้สัพพัญญู
ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ไม่มีอุปธิ
ครั้นเสด็จจงกรมแล้ว
ทรงแผ่เมตตาไปในหมู่สัตว์หาประมาณมิได้
[๒๙] พราหมณ์ผู้จบมนตร์ เด็ดดอกไม้ที่ขั้วแล้ว
ประชุมศิษย์ทั้งหมด ให้ช่วยกันโยนดอกไม้ขึ้นไปในอากาศ
[๓๐] ครั้งนั้น หลังคาดอกไม้ได้มีทั่วนคร
ไม่หายไปตลอด ๗ วัน ด้วยพุทธานุภาพ
[๓๑] ด้วยกุศลมูลนั้นนั่นเอง (ข้าพเจ้า) ได้เสวยสมบัติ
กำหนดรู้อาสวะทั้งปวงแล้ว
ข้ามกระแสตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้แล้ว
[๓๒] ในกัปที่ ๑๑๑ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นกษัตริย์ผู้จักรพรรดิ ๓๕ ชาติ
มีพระนามว่าอัมพรังสะ มีพลานุภาพมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๒๙๗ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๕. รโหสัญญิกเถราปทาน
[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปุปผฉทนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปุปผฉทนิยเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. รโหสัญญิกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระรโหสัญญิกเถระ
(พระรโหสัญญิกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๔] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่าวสภะ
เขาได้สร้างอาศรมไว้สำหรับข้าพเจ้าที่เชิงภูเขานั้น
[๓๕] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์
บอกมนตร์แก่ศิษย์ ๓๐,๐๐๐ คน
รวบรวมศิษย์เหล่านั้นแล้ว เข้าไปอยู่ ณ ที่สมควรแห่งหนึ่ง
[๓๖] ข้าพเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้จบมนตร์ นั่ง ณ ที่สมควรแล้ว
แสวงหาพุทธเวท ทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณ
[๓๗] ข้าพเจ้าครั้นทำจิตให้เลื่อมใสในพระญาณนั้นแล้ว
นั่งขัดสมาธิอยู่บนเครื่องลาดใบไม้ ได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้น
[๓๘] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ความทรงจำไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งความทรงจำในพระญาณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๒๙๘ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
[๓๙] ในกัปที่ ๒๗ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่าสิรีธระ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระรโหสัญญิกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
รโหสัญญิกเถราปทานที่ ๕ จบ
๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระจัมปกปุปผิยเถระ
(พระจัมปกปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๑] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู
ผู้โชติช่วงดังดอกกรรณิการ์ ประทับนั่งอยู่ระหว่างภูเขา
ทรงทำทิศทั้งปวงให้สว่าง ดังดาวประกายพรึก
[๔๒] ได้มีมาณพ ๓ คน เป็นผู้ศึกษาดีแล้วในศิลปะของตน
คอนสาแหรกบริขารเดินตามหลังข้าพเจ้าไป
[๔๓] ข้าพเจ้าผู้มีตบะ ได้เก็บดอกจำปา ๗ ดอกใส่ไว้ในกระจาด
ข้าพเจ้าถือดอกไม้เหล่านั้นไปบูชาพระญาณ
ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าเวสสภู
[๔๔] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระญาณ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๒๙๙ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน
[๔๕] ในกัปที่ ๒๙ ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดินามว่าวิหตาภาส
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระจัมปกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
จัมปกปุปผิยเถราปทานที่ ๖ จบ
๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอัตถสันทัสสกเถระ
(พระอัตถสันทัสสกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๗] ข้าพเจ้านั่งอยู่ในโรงกว้างใหญ่
ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
สิ้นอาสวะแล้ว บรรลุพลธรรม๑ มีหมู่ภิกษุห้อมล้อม
[๔๘] ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ รูป
บรรลุวิชชา ๓ ได้อภิญญา ๖ มีฤทธิ์มาก
แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
[๔๙] การเปรียบเทียบในพระญาณ
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด
ไม่มีในโลกพร้อมทั้งเทวโลก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ผู้มีพระญาณไม่สิ้นสุด
ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส

เชิงอรรถ :
๑ พลธรรม ได้แก่ วิริยพละ สติพละ สมาธิพละ ปัญญาพละ (ที.ปา. ๑๑/๓๑๑/๒๐๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๐ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน
[๕๐] อนึ่ง พระพุทธเจ้า ผู้ทรงแสดงธรรมกาย
ซึ่งเป็นบ่อเกิดแห่งรัตนะทั้งสิ้น
ชนทั้งหลายไม่สามารถจะให้กำเริบได้
ใครเล่าเห็นแล้วจะไม่เลื่อมใส
[๕๑] นารทพราหมณ์นั้น ชมเชยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระนามว่าปทุมุตตระ ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้
ด้วย ๓ คาถาเหล่านี้แล้ว ได้เดินไปข้างหน้า
[๕๒] ด้วยจิตที่เลื่อมใสและด้วยการชมเชยพระพุทธเจ้านั้น
ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย ตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๕๓] ในกัปที่ ๑๓๐ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุมิตตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๕๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอัตถสันทัสสกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อัตถสันทัสสกเถราปทานที่ ๗ จบ
๘. เอกรังสนิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกรังสนิยเถระ
(พระเอกรังสนิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๕๕] ชนทั้งหลายรู้จักข้าพเจ้าว่าเกสวะ โดยชื่อว่านารทะ
ข้าพเจ้าแสวงหากุศลและอกุศลอยู่
ได้ไปยังสำนักของพระพุทธเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๑ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๙. สาลทายกเถราปทาน
[๕๖] พระมหามุนีพระนามว่าอัตถทัสสี
มีพระทัยประกอบด้วยเมตตา
ประกอบด้วยพระกรุณามีพระจักษุพระองค์นั้น
เมื่อจะทรงปลอบโยนสัตว์ทั้งหลายให้เบาใจ จึงทรงแสดงธรรม
[๕๗] ข้าพเจ้าทำจิตของตนให้เลื่อมใสแล้ว
ประนมมือไว้เหนือเศียรเกล้า
ถวายอภิวาทพระศาสดาแล้ว
บ่ายหน้าหลีกไปทางทิศตะวันออก
[๕๘] ในกัปที่ ๑๑๗ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอมิตตตาปนะ
ผู้เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีพลานุภาพมาก
[๕๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเอกรังสนิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกรังสนิยเถราปทานที่ ๘ จบ
๙. สาลทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสาลทายกเถระ
(พระสาลทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๖๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นพญาไกรสรพญาเนื้อมีชาติสูง
แสวงหาบ่อน้ำบนภูเขาอยู่
ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
[๖๑] ข้าพเจ้าจึงคิดว่า พระมหาวีรเจ้าพระองค์นี้
ย่อมทำมหาชนให้สงบเย็นได้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๒ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๑๐. ผลทายกเถราปทาน
ทางที่ดีเราพึงเข้าไปเฝ้าพระองค์
ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงองอาจกว่านรชน
[๖๒] ข้าพเจ้าจึงหักกิ่งไม้สาละแล้วนำดอกมาพร้อมทั้งช่อ
เข้าไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ได้ถวายดอกไม้ชั้นดีเยี่ยม
[๖๓] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้
[๖๔] และในกัปที่ ๙ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ
มีพระนามว่าวิโรจนะ มีพลานุภาพมาก
[๖๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสาลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สาลทายกเถราปทานที่ ๙ จบ
๑๐. ผลทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระผลทายกเถระ
(พระผลทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๖๖] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นนายพรานเที่ยวฆ่าสัตว์อื่นมากมาย
นอนอยู่ที่เงื้อมเขา ไม่ไกลพระศาสดาพระนามว่าสิขี
[๖๗] ข้าพเจ้าได้เห็นพระพุทธเจ้า
ผู้ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๓ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] ๑๐. ผลทายกเถราปทาน
ทั้งเวลาเย็น และเวลาเช้า
แต่ข้าพเจ้าไม่มีไทยธรรมที่จะถวาย
พระศาสดาผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ผู้คงที่
[๖๘] จึงได้ถือผลมะหาด ไปยังสำนักพระพุทธเจ้า
พระผู้มีพระภาค ผู้เจริญที่สุดในโลก
ทรงองอาจกว่านรชน ทรงรับ (ผลมะหาด) ไว้แล้ว
[๖๙] ต่อจากนั้น ข้าพเจ้าได้ถือผลมะหาด
ไปปรนนิบัติพระองค์ผู้ทรงเป็นผู้นำวิเศษ
ข้าพเจ้าได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้นเอง ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
[๗๐] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายผลมะหาดไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
[๗๑] ในกัปที่ ๑๕ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ พระนามว่าปิยาลินะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๗๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระผลทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ผลทายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ
โสภิตวรรคที่ ๑๔ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๔ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๔. โสภิตวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. โสภิตเถราปทาน ๒. สุทัสสนเถราปทาน
๓. จันทนปูชกเถราปทาน ๔. ปุปผฉทนิยเถราปทาน
๕. รโหสัญญิกเถราปทาน ๖. จัมปกปุปผิยเถราปทาน
๗. อัตถสันทัสสกเถราปทาน ๘. เอกรังสนิยเถราปทาน
๙. สาลทายกเถราปทาน ๑๐. ผลทายกเถราปทาน

บัณฑิตทั้งหลายรวบรวมคาถาไว้ ๗๒ คาถา ดังนี้แล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๕ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕.ฉัตตวรรค] ๑. อธิฉัตติยเถราปทาน
๑๕. ฉัตตวรรค
หมวดว่าด้วยพระฉัตตะเป็นต้น
๑. อธิฉัตติยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอธิฉัตติยเถระ
(พระอธิฉัตติยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี
ผู้สูงสุดแห่งนรชน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ข้าพเจ้าให้ช่างทำฉัตรเป็นชั้น ๆ บูชาไว้ที่พระสถูป
[๒] ข้าพเจ้าได้มานมัสการพระพุทธเจ้า
ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ตามกาลอันสมควร
ได้ทำหลังคาดอกไม้บูชาไว้เหนือฉัตร
[๓] ในกัปที่ ๑๑๗ (นับจากกัปนี้ไป)
ข้าพเจ้าได้ครอบครองเทวสมบัติ
ไม่ไปเกิดเป็นมนุษย์เลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสถูป
[๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอธิฉัตติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อธิฉัตติยเถราปทานที่ ๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๖ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน
๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระถัมภาโรปกเถระ
(พระถัมภาโรปกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๕] เมื่อพระผู้มีพระภาคผู้ทรงเป็นที่พึ่ง
ของสัตว์โลกพระนามว่าธัมมทัสสี
ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ข้าพเจ้าได้ยกเสาธงขึ้นไว้
ที่เจดีย์ของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
[๖] ข้าพเจ้าให้นายช่างสร้างบันได
แล้วขึ้นสู่พระสถูปที่ประเสริฐ
ได้ถือดอกมะลิไปบูชาที่พระสถูป
[๗] ช่างน่าอัศจรรย์ พระพุทธเจ้าทั้งหลาย
ช่างน่าอัศจรรย์ พระธรรมทั้งหลาย
ช่างน่าอัศจรรย์ การที่ข้าพเจ้าได้มาประจวบพระศาสดา
ข้าพเจ้าจึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระสถูป
[๘] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ
มีพระนามว่าถูปสิขะ มีพลานุภาพมาก
[๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระถัมภาโรปกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ถัมภาโรปกเถราปทานที่ ๒ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๗ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๓. เวทิการกเถราปทาน
๓. เวทิการกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเวทิการกเถระ
(พระเวทิการกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๐] เมื่อพระผู้มีพระภาค ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก
พระนามว่าปิยทัสสี ทรงเป็นผู้สูงสุดแห่งนรชน
เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้กระทำแท่นสำหรับบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๑] ข้าพเจ้าให้ประดับล้อมไว้ด้วยแก้วมณีแล้ว
ได้กล่าวสรรเสริญพระพุทธเจ้าผู้สูงสุด
ทำการฉลองแท่นสำหรับบูชาแล้ว
ก็ได้สิ้นชีวิตลง ณ ที่นั้นเอง
[๑๒] ข้าพเจ้าเกิดในกำเนิดใด ๆ
คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม
ในกำเนิดนั้น ๆ เทวดาทั้งหลายย่อมทรงแก้วมณีไว้ในอากาศ
นี้เป็นผลแห่งบุญกรรม
[๑๓] ในกัปที่ ๑๑๖ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๒ ชาติ
มีพระนามว่ามณีปภา มีพลานุภาพมาก
[๑๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเวทิการกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เวทิการกเถราปทานที่ ๓ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๘ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๔. สปริวาริยเถราปทาน
๔. สปริวาริยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสปริวาริยเถระ
(พระสปริวาริยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๕] พระชินสัมพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
รุ่งเรืองดังกองไฟ เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
[๑๖] ก็เมื่อพระมหาวีรเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ได้มีพระสถูปที่กว้างใหญ่
ชนทั้งหลายบำรุงรักษาสิ่งของที่จะพึงถวายพระสถูป
ในห้องพระธาตุซึ่งประเสริฐที่สุด
[๑๗] ครั้งนั้น ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้ทำแท่นบูชาด้วยไม้จันทน์
ถวายธูปและของหอมที่สมควรแก่พระสถูป
[๑๘] ข้าพเจ้าเมื่อเกิดในภพใด ๆ
คือจะเกิดเป็นเทวดาหรือมนุษย์ก็ตาม
ในภพนั้น ๆ ไม่เห็นความต่ำต้อยของตนเลย
นี้เป็นผลแห่งบุพกรรม
[๑๙] ในกัปที่ ๑๑๕ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ
มีพระนามว่าสมัตตะ มีพลานุภาพมาก
[๒๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสปริวาริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สปริวาริยเถราปทานที่ ๔ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๐๙ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน
๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุมาปุปผิยเถระ
(พระอุมาปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ
ผู้อันชาวโลกบูชา ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ได้มีการฉลองพระมหาสถูป
[๒๒] เมื่องานฉลองพระสถูป
ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ กำลังดำเนินไปอยู่
ข้าพเจ้าได้ถือดอกฝ้ายไปบูชาที่พระสถูป
[๒๓] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาด้วยดอกไม้
[๒๔] ในกัปที่ ๙ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘๕ ชาติ
มีพระนามว่าโสมเทพ มีพลานุภาพมาก
[๒๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอุมาปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุมาปุปผิยเถราปทานที่ ๕ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๐ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน
๖. อนุโลมทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอนุโลมทายกเถระ
(พระอนุโลมทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๖] ข้าพเจ้าได้ทำแท่นบูชาที่ต้นโพธิ์ของพระมุนีพระนามว่าอโนมทัสสี
ข้าพเจ้าใส่ก้อนปูนขาวแล้ว ปาดให้เกลี้ยงด้วยเกรียง (ของตนเอง)
[๒๗] พระศาสดาพระนามว่าอโนมทัสสีผู้สูงสุดแห่งนรชน
ทอดพระเนตรเห็นกรรมที่ข้าพเจ้าได้ทำไว้ดีนั้น
ประทับยืนอยู่ในท่ามกลางหมู่ภิกษุ ได้ตรัสพระคาถานี้ว่า
[๒๘] ด้วยผลกรรมคือการฉาบด้วยปูนขาวนี้
และด้วยการตั้งเจตนาไว้มั่น
ผู้นี้จักได้เสวยสมบัติแล้วทำที่สุดทุกข์ได้
[๒๙] ข้าพเจ้าเป็นผู้มีสีหน้าผ่องใส
เป็นผู้มีจิตมีอารมณ์เดียว มีใจตั้งมั่นด้วยดี
ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้ายอยู่
ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
[๓๐] ในกัปที่ ๑๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสัมปัสสนะ
บริบูรณ์ ไม่บกพร่อง มีพลานุภาพมาก
[๓๑] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอนุโลมทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อนุโลมทายกเถราปทานที่ ๖ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๑ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๗. มัคคทายกเถราปทาน
๗. มัคคทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระมัคคทายกเถระ
(พระมัคคทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๒] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระจักษุ
เสด็จข้ามแม่น้ำแล้วดำเนินไปสู่ป่า
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ
มีพระลักษณะอันประเสริฐพระองค์นั้น
[๓๓] ข้าพเจ้าจึงถือจอบและปุ้งกี๋มา
ปรับหนทางนั้นให้ราบเรียบ
ถวายอภิวาทพระศาสดาแล้ว ทำจิตของตนให้เลื่อมใส
[๓๔] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการทำทางถวาย
[๓๕] ในกัปที่ ๕๗ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งมีพระนามว่าสุปปพุทธะ
ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน เป็นผู้นำ
[๓๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระมัคคทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
มัคคทายกเถราปทานที่ ๗ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๒ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๘. ผลกทายกเถราปทาน
๘. ผลกทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระผลกทายกเถระ
(พระผลกทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๗] เมื่อก่อนข้าพเจ้าเป็นนายช่างทำยานพาหนะ
เป็นผู้ศึกษาดีในการงานของช่างไม้
ได้ใช้ไม้จันทน์ทำเป็นแผ่นกระดาน
แล้วถวายพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
[๓๘] วิมานทองคำที่บุญกรรมเนรมิตดีแล้วนี้ ส่องแสงสว่างไสว
ยานคือช้าง ยานคือม้า ซึ่งเป็นยานทิพย์ ได้ปรากฏแก่ข้าพเจ้า
[๓๙] ปราสาท วอ และแก้ว ประมาณมิได้
บังเกิดแก่ข้าพเจ้าตามปรารถนา
นี้เป็นผลแห่งการถวายแผ่นกระดาน
[๔๐] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายแผ่นกระดานไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายแผ่นกระดาน
[๔๑] ในกัปที่ ๕๗ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ
พระนามว่าภวนิมมิตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระผลกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ผลกทายกเถราปทานที่ ๘ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๓ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๙. วฏังสกิยเถราปทาน
๙. วฏังสกิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระวฏังสกิยเถระ
(พระวฏังสกิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๓] พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระสยัมภู
ผู้ไม่ทรงพ่ายแพ้ พระนามว่าสุเมธะ
เมื่อจะทรงพอกพูนวิเวก๑จึงเสด็จเข้าป่าใหญ่
[๔๔] ข้าพเจ้าเห็นดอกช้างน้าวบานสะพรั่ง
จึงนำมาร้อยเป็นพวงมาลัย
บูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เฉพาะพระพักตร์ของพุทธเจ้า
[๔๕] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๔๖] ในกัปที่ ๑๑๙ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๑๖ ชาติ
พระนามว่านิมมิตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระวฏังสกิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
วฏังสกิยเถราปทานที่ ๙ จบ

เชิงอรรถ :
๑ วิเวก หมายถึงกายวิเวกและจิตตวิเวก (ขุ.อป.อ. ๒/๔๓/๑๙๓)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๔ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] ๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน
๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปัลลังกทายกเถระ
(พระปัลลังกทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๘] ข้าพเจ้าได้ถวายบัลลังก์พร้อมทั้งเพดานและผ้าคลุมอาสน์
แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสุเมธะ
ผู้เจริญที่สุดในโลก ผู้คงที่
[๔๙] ครั้งนั้น บัลลังก์นั้นสมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ
ดังจะรู้ความคิดของข้าพเจ้า
จึงได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าทุกเมื่อ
[๕๐] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)
ข้าพเจ้าได้ถวายบัลลังก์ไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายบัลลังก์
[๕๑] ในกัปที่ ๒๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ
พระนามว่าสุวรรณาภะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๕๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปัลลังกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปัลลังกทายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ
ฉัตตวรรคที่ ๑๕ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๕ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๕. ฉัตตวรรค] รวมอปาทานที่มีในวรรค
รวมอปาทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อธิฉัตติยเถราปทาน ๒. ถัมภาโรปกเถราปทาน
๓. เวทิการกเถราปทาน ๔. สปริวาริยเถราปทาน
๕. อุมาปุปผิยเถราปทาน ๖. อนุโลมทายกเถราปทาน
๗. มัคคทายกเถราปทาน ๘. ผลกทายกเถราปทาน
๙. วฏังสกิยเถราปทาน ๑๐. ปัลลังกทายกเถราปทาน

บัณฑิตประกาศคาถาไว้ ๕๒ คาถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๖ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๑. พันธุชีวกเถราปทาน
๑๖. พันธุชีวกวรรค
หมวดว่าด้วยพระพันธุชีวกะเป็นต้น
๑. พันธุชีวกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระพันธุชีวกเถระ
(พระพันธุชีวกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ปราศจากมลทิน
บริสุทธิ์ ผ่องใส ไม่ขุ่นมัวดังดวงจันทร์
สิ้นความเพลิดเพลินในภพแล้ว
ทรงข้ามตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้แล้ว
[๒] ทรงช่วยหมู่ชนให้สงบเย็น ทรงข้ามเองแล้ว
พาหมู่ชนให้ข้าม ทรงเป็นพระมุนี เข้าฌานอยู่ในป่า
เป็นผู้ มีจิตมีอารมณ์เดียว
มีพระหฤทัยตั้งมั่นด้วยดี
[๓] ข้าพเจ้าใช้ด้ายร้อยดอกชบาแล้วบูชา
พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี พระองค์นั้น
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
[๔] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๕] ในกัปที่ ๗ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสมันตจักษุ
เป็นจอมมนุษย์ มียศใหญ่ มีพลานุภาพมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๗ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน
[๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระพันธุชีวกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
พันธุชีวกเถราปทานที่ ๑ จบ
๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระตัมพปุปผิยเถระ
(พระตัมพปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๗] ข้าพเจ้าเป็นผู้ขวนขวายในการงานของบุคคลอื่น
ได้ทำความผิดไว้แล้ว ประสบภัยเวร จึงวิ่งหนีไปตามราวป่า
[๘] ข้าพเจ้าได้เห็นต้นไม้มีดอกเป็นพวง
บานสะพรั่งที่ธรรมชาติสร้างไว้
จึงถือดอกแดง ๆ ไปเกลี่ยลงที่ต้นโพธิ์
[๙] ข้าพเจ้าได้กวาดต้นแคฝอย
ซึ่งเป็นต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ที่ประเสริฐนั้นแล้ว
เข้าไปนั่งขัดสมาธิที่โคนต้นโพธิ์
[๑๐] ชนทั้งหลายแสวงหาทางไปอยู่ ได้มายังสำนักของข้าพเจ้า
และข้าพเจ้าเห็นชนเหล่านั้น ณ ที่นั้นแล้ว
ระลึกถึงต้นโพธิ์ที่ประเสริฐ
[๑๑] ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส ไหว้ต้นโพธิ์แล้ว
ตกลงไปในเหวที่น่ากลัว ลึกหลายชั่วลำตาล
[๑๒] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๘ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาต้นโพธิ์
[๑๓] ในกัปที่ ๓ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสุสัญญตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๑๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระตัมพปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ตัมพปุปผิยเถราปทานที่ ๒ จบ
๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระวีถิสัมมัชชกเถระ
(พระวีถิสัมมัชชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๕] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
มีพระรัศมีรุ่งเรืองดังดวงอาทิตย์อุทัย และดุจดวงจันทร์
เสด็จดำเนินไปดังดวงจันทร์ในวันเพ็ญ
[๑๖] ภิกษุสงฆ์ประมาณ ๖๘,๐๐๐ รูป
ล้วนเป็นพระขีณาสพ แวดล้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์นั้นผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์
ทรงองอาจกว่านรชน
[๑๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก เสด็จดำเนินไป
ข้าพเจ้ามีจิตผ่องใส จึงกวาดถนนนั้น
แล้วได้ยกธงขึ้นที่ถนนนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๑๙ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน
[๑๘] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ธงบูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการยกธง(ถวายบูชา)
[๑๙] ในกัปที่ ๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระราชาปรากฏพระนามว่าสุธชะ
สมบูรณ์ด้วยอาการทุกอย่าง มีพลานุภาพมาก
[๒๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระวีถิสัมมัชชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
วีถิสัมมัชชกเถราปทานที่ ๓ จบ
๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกักการุปุปผปูชกเถระ
(พระกักการุปุปผปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๑] ข้าพเจ้าเป็นเทพบุตร บูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี
ผู้ทรงเป็นผู้นำ ได้ประคองดอกฟักทิพย์
บูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
[๒๒] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๐ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน
[๒๓] และในกัปที่ ๙ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสัตตุตตมะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๒๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกักการุปุปผปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กักการุปุปผปูชกเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระมันทารวปุปผปูชกเถระ
(พระมันทารวปุปผปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๕] ข้าพเจ้าเป็นเทพบุตร บูชาพระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิขี
ผู้ทรงเป็นผู้นำ ได้บูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ด้วยดอกมณฑารพ
[๒๖] พวงมาลัยทิพย์ได้เป็นหลังคา
อยู่เหนือพระตถาคตตลอด ๗ วัน
ประชาชนทั้งปวงมาประชุมกันนมัสการพระตถาคต
[๒๗] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๒๘] และในกัปที่ ๑๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าชุตินธระ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๑ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๗. ติณสูลกเถราปทาน
[๒๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระมันทารวปุปผปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วย
ประการฉะนี้
มันทารวปุปผปูชกเถราปทานที่ ๕ จบ
๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกทัมพปุปผิยเถระ
(พระกทัมพปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๐] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่ากุกกุฏะ
มีพุทธะ๑ ๗ พระองค์อาศัยอยู่ที่เชิงภูเขานั้น
[๓๑] ข้าพเจ้าเห็นต้นกระทุ่มมีดอกบานสะพรั่ง
ดังดวงจันทร์ลอยเด่น (ในท้องฟ้า)
จึงใช้มือทั้ง ๒ ประคอง โปรยบูชาพุทธะทั้ง ๗ องค์
[๓๒] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพุทธะ
[๓๓] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ พระองค์
มีนามเหมือนกันว่าปุปผะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก

เชิงอรรถ :
๑ พุทธะ ในที่นี้หมายถึงพระปัจเจกพุทธเจ้า (ขุ.อป.อ. ๒/๓๐/๑๙๙)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๒ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๗. ติณสูลกเถราปทาน
[๓๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกทัมพปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กทัมพปุปผิยเถราปทานที่ ๖ จบ
๗. ติณสูลกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระติณสูลกเถระ
(พระติณสูลกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๕] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์ มีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่าภูตคณะ
พระสยัมภูชินเจ้าองค์หนึ่ง
ผู้สละโลกแล้ว อาศัยอยู่ที่ภูเขานั้น
[๓๖] ข้าพเจ้าถือดอกมะลิซ้อนไปบูชาพระพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ข้าพเจ้าจึงไม่ตกวินิบาตนรกตลอด ๙๐,๐๐๐ กัป
[๓๗] ในกัปที่ ๑๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าธรณีรุหะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๓๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระติณสูลกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ติณสูลกเถราปทานที่ ๗ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๓ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระนาคปุปผิยเถระ
(พระนาคปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๙] (ข้าพเจ้าเป็น) พราหมณ์มีนามว่าสุวัจฉะ ผู้จบมนตร์
มีพวกศิษย์ของตนห้อมล้อม อาศัยอยู่ระหว่างภูเขา
[๔๐] พระชินเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้สมควรรับเครื่องบูชา
พระองค์ทรงประสงค์จะช่วยข้าพเจ้า(จากสังสารวัฏ)
จึงเสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้า
[๔๑] พระองค์เสด็จจงกรมอยู่ในอากาศ
เหมือนประทีปที่กำลังลุกโพลง
ทรงทราบความร่าเริงของข้าพเจ้าแล้ว
บ่ายพระพักตร์เสด็จหลีกไปทางทิศตะวันออก
[๔๒] ข้าพเจ้าได้เห็นความอัศจรรย์ซึ่งไม่เคยมี
น่าขนพองสยองเกล้านั้นแล้ว
จึงเก็บเอาดอกกากะทิงไปโปรยลงที่ทางเสด็จไป
[๔๓] ในกัปที่ ๑๐๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้โปรยดอกไม้ไว้ ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดยังทุคติเลย
[๔๔] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่ามหารถ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระนาคปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
นาคปุปผิยเถราปทานที่ ๘ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๔ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน
๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปุนนาคปุปผิยเถระ
(พระปุนนาคปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๖] ข้าพเจ้าเป็นนายพราน เข้าไปยังป่าดงทึบอาศัยอยู่
ได้เห็นดอกบุนนาคบานสะพรั่ง
จึงหวนระลึกถึงพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐที่สุด
[๔๗] จึงเลือกเก็บดอกบุนนาคนั้น ซึ่งมีกลิ่นหอมยิ่งนักแล้ว
ก่อสถูปที่กองทราย บูชาพระพุทธเจ้า
[๔๘] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๔๙] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าตโมนุทะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๕๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปุนนาคปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้
ปุนนาคปุปผิยเถราปทานที่ ๙ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๕ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน
๑๐. กุมุททายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกุมุททายกเถระ
(พระกุมุททายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๕๑] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
ได้มีสระธรรมชาติ (สระเกิดเอง) สระใหญ่
ดารดาษด้วยดอกปทุมและดอกอุบล
สะพรั่งไปด้วยดอกบุณฑริก
[๕๒] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเกิดเป็นนกมีนามว่ากุกกุฏะ เป็นสัตว์มีศีล
สมบูรณ์ด้วยวัตร ฉลาดในบุญและมิใช่บุญอาศัยอยู่ใกล้สระนั้น
[๕๓] พระมหามุนีพระนามว่าปทุมุตตระ ทรงรู้แจ้งโลก
ผู้สมควรรับเครื่องบูชา เสด็จจาริกไปในที่ไม่ไกลสระนั้น
[๕๔] ข้าพเจ้าหักดอกโกมุทซึ่งเกิดในน้ำแล้ว น้อมเข้าไปถวาย
พระพุทธเจ้าพระนามว่าปทุมุตตระ ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
ผู้พระมหามุนี ทรงทราบความดำริของข้าพเจ้าแล้ว จึงทรงรับไว้
[๕๕] ข้าพเจ้าครั้นถวายทานนั้นแล้ว ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว
จึงไม่ไปเกิดยังทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๕๖] ในกัปที่ ๑๑๖ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ
มีพระนามว่าวรุณ มีพลานุภาพมาก
[๕๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกุมุททายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กุมุททายกเถราปทานที่ ๑๐ จบ
พันธุชีวกวรรคที่ ๑๖ จบบริบูรณ์

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๖ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๖. พันธุชีวกวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. พันธุชีวกเถราปทาน ๒. ตัมพปุปผิยเถราปทาน
๓. วีถิสัมมัชชกเถราปทาน ๔. กักการุปุปผปูชกเถราปทาน
๕. มันทารวปุปผปูชกเถราปทาน ๖. กทัมพปุปผิยเถราปทาน
๗. ติณสูลกเถราปทาน ๘. นาคปุปผิยเถราปทาน
๙. ปุนนาคปุปผิยเถราปทาน ๑๐. กุมุททายกเถราปทาน

บัณฑิตกล่าวคาถาไว้ ๕๖ คาถา

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๗ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๑. สุปาริจริยเถราปทาน
๑๗. สุปาริจริยวรรค
หมวดว่าด้วยพระสุปาริจริยะเป็นต้น
๑. สุปาริจริยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสุปาริจริยเถระ
(พระสุปาริจริยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมะ
ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ ทรงองอาจกว่านรชน
ทรงมีพระจักษุ เสด็จออกจากป่าใหญ่แล้ว ทรงแสดงธรรมอยู่
[๒] เทวดาได้ประชุมกันในที่ไม่ไกลพระผู้มีพระภาค
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
ในขณะนั้น เทวดาทั้งหลายมาประชุมกัน
ด้วยกิจบางอย่าง ได้เพ่งมองดู
[๓] ก็ข้าพเจ้าได้ทราบพระดำรัส ที่แสดงอมตธรรมของพระพุทธเจ้า
ก็มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ปรบมือแล้วจึงเข้าไปบำรุง
[๔] ข้าพเจ้าเห็นผลแห่งการบำรุงพระศาสดา
ที่ข้าพเจ้าประพฤติดีแล้ว ใน ๓๐,๐๐๐ กัป
ข้าพเจ้าจึงไม่ไปเกิดในทุคติเลย
[๕] ในกัปที่ ๑๒๙ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสมลังกตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๖] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสุปาริจริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สุปาริจริยเถราปทานที่ ๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๘ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน
๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกณเวรปุปผิยเถระ
(พระกณเวรปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๗] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ ผู้เจริญที่สุดในโลก
ทรงองอาจกว่านรชน มีหมู่สาวกห้อมล้อม
เสด็จดำเนินไปยังนคร
[๘] ข้าพเจ้าได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้คุ้มครองภายในพระราชวัง
จึงเข้าไปในปราสาท ได้เห็นพระผู้มีพระภาค
ผู้ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก
[๙] ข้าพเจ้าจึงถือดอกยี่โถไปโปรยลงในท่ามกลางหมู่ภิกษุ
แบ่งโปรยลงสำหรับพระพุทธเจ้ายิ่งกว่านั้น
[๑๐] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๑] ในกัปที่ ๘๗ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ พระนามว่ามหิทธิกะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๑๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกณเวรปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กณเวรปุปผิยเถราปทานที่ ๒ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๒๙ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๓. ขัชชกทายกเถราปทาน
๓. ขัชชกทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระขัชชกทายกเถระ
(พระขัชชกทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๓] เมื่อก่อน ข้าพเจ้าได้ถวายผลไม้
แด่พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ
และได้ถวายผลมะพร้าวและของควรเคี้ยวที่รู้กันดี
[๑๔] ข้าพเจ้าครั้นถวายผลไม้นั้นแด่พระพุทธเจ้าพระนามว่าติสสะ
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว
ย่อมบันเทิง มีความประสงค์สิ่งที่น่าปรารถนา
ก็บรรลุได้ตามปรารถนา
[๑๕] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายทานไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผลไม้
[๑๖] ในกัปที่ ๑๓ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าอินทสมะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๑๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระขัชชกทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ขัชชกทายกเถราปทานที่ ๓ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๐ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๕. กณิการฉัตติยเถราปทาน
๔. เทสปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเทสปูชกเถระ
(พระเทสปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๘] ก็พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี
ผู้เจริญที่สุดในโลก ทรงองอาจกว่านรชน
เสด็จเหาะขึ้นสู่ท้องฟ้าไปในอากาศ
[๑๙] พระศาสดามหามุนี ประทับอยู่ในภูมิภาคใดแล้วเสด็จเหาะขึ้นไป
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส ได้บูชาภูมิภาคนั้นด้วยมือทั้งสองของตน
[๒๐] ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป)
ข้าพเจ้าได้เห็นพระมหามุนี
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาภูมิภาค(ที่พระองค์ประทับ)
[๒๑] ในกัปที่ ๑๑๑ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าโคสุชาตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๒๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเทสปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เทสปูชกเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. กณิการฉัตติยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกณิการฉัตติยเถระ
(พระกณิการฉัตติยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๓] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าเวสสภู
ผู้เจริญที่สุดในโลก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๑ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๖. สัปปิทายกเถราปทาน
ทรงองอาจกว่านรชน เป็นมุนี
เสด็จเข้าป่าใหญ่ เพื่อทรงพักกลางวัน
[๒๔] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เก็บดอกกรรณิการ์มาทำเป็นร่ม
ได้ทำเพดานดอกไม้บูชาพระพุทธเจ้า
[๒๕] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๒๖] ในกัปที่ ๒๐ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ พระนามว่าโสณณาภะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๒๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกณิการฉัตติยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กณิการฉัตติยเถราปทานที่ ๕ จบ
๖. สัปปิทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสัปปิทายกเถระ
(พระสัปปิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๘] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าผุสสะ
ผู้สมควรรับเครื่องบูชา ผู้แกล้วกล้า
ทรงช่วยมหาชนให้สงบเย็น เสด็จดำเนินไปตามถนน
[๒๙] พระผู้มีพระภาค เสด็จมาถึงสำนักของข้าพเจ้าโดยลำดับ
ขณะนั้น ข้าพเจ้ารับบาตรแล้ว ได้ถวายเนยใสและน้ำมัน

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๒ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน
[๓๐] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายเนยใสและน้ำมันไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายเนยใสและน้ำมัน
[๓๑] ในกัปที่ ๕๖ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าสโมทกะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๓๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสัปปิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สัปปิทายกเถราปทานที่ ๖ จบ
๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระยุธิกปุปผิยเถระ
(พระยุธิกปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๓] ข้าพเจ้าเที่ยวไปตามกระแสน้ำ ใกล้ฝั่งแม่น้ำจันทภาคา
ณ ที่นั้น ข้าพเจ้าได้เห็นพระสยัมภูพุทธเจ้า
ผู้ดังต้นพญาไม้สาละมีดอกบานสะพรั่ง
[๓๔] ข้าพเจ้าได้ถือดอกเข็มเข้าเฝ้าพระมหามุนี
มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้บูชาพระพุทธเจ้า
[๓๕] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๓ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๘. ทุสสทายกเถราปทาน
[๓๖] ในกัปที่ ๖๗ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าสามุทธระ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๓๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระยุธิกปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ยุธิกปุปผิยเถราปทานที่ ๗ จบ
๘. ทุสสทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระทุสสทายกเถระ
(พระทุสสทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๘] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเป็นราชโอรสอยู่ในติวรานครที่น่ารื่นรมย์
ได้เครื่องบรรณาการแล้ว จึงได้ถวายพระผู้มีพระภาค ผู้สงบระงับ
[๓๙] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าสิทธัตถะ
ทรงรับ(เครื่องบรรณาการ)แล้วใช้พระหัตถ์ลูบผ้า
ครั้นทรงรับแล้ว ได้เสด็จเหาะขึ้นสู่นภากาศ
[๔๐] เมื่อพระพุทธเจ้ากำลังเสด็จไป
ผ้าปลิวตามไปเบื้องพระปฤษฎางค์
ข้าพเจ้าทำจิตให้เลื่อมใสในพระองค์ว่า
พระพุทธเจ้าของพวกเราทรงเป็นบุคคลผู้เลิศ
[๔๑] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายผ้าไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายผ้า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๔ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๙. สมาทปกเถราปทาน
[๔๒] ในกัปที่ ๖๗ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าปริสุทธะ
เป็นจอมมนุษย์ มีพลานุภาพมาก
[๔๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระทุสสทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ทุสสทายกเถราปทานที่ ๘ จบ
๙. สมาทปกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสมาทปกเถระ
(พระสมาทปกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๔] ได้มีการประชุมอุบาสกจำนวนมากในกรุงพันธุมดี
ข้าพเจ้าเป็นหัวหน้าอุบาสกเหล่านั้น
อุบาสกเหล่านั้นเป็นคนรับใช้ข้าพเจ้า
[๔๕] ข้าพเจ้าเรียกประชุมอุบาสกเหล่านั้นทั้งหมด
แล้วชักชวนในการทำบุญว่า
เราทั้งหลายจักทำปะรำถวายแด่พระสงฆ์
ผู้เป็นเนื้อนาบุญอันยอดเยี่ยม
[๔๖] อุบาสกเหล่านั้นรับคำว่า ดีละ
แล้วดำเนินไปตามความพอใจของข้าพเจ้า
พวกเราทั้งหลายสร้างปะรำให้เสร็จแล้ว
ได้ถวายพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
[๔๗] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้สร้างปะรำถวายไว้ในครั้งนั้น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๕ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการสร้างปะรำถวาย
[๔๘] ในกัปที่ ๕๙ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งพระนามว่าอาเทยยะ
ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
[๔๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสมาทปกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สมาทปกเถราปทานที่ ๙ จบ
๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปัญจังคุลิยเถระ
(พระปัญจังคุลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๕๐] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ
ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ทรงองอาจกว่านรชน
เป็นพระมุนี ทรงฉลาดในวิหารธรรม
กำลังเสด็จเข้าไปยังพระคันธกุฎี
[๕๑] ข้าพเจ้าได้ถือของหอมและพวงมาลัยไปยังสำนักพระชินเจ้า
แต่ข้าพเจ้ามีศรัทธาน้อยในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จึงได้ถวายเครื่องลูบไล้ด้วยนิ้วทั้ง ๕๑
[๕๒] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ของหอมบูชาไว้

เชิงอรรถ :
๑ หมายถึงแตะด้วยนิ้วมือทั้ง ๕ นิ้ว เป็นการแสดงความเคารพอย่างหนึ่ง (ขุ.อป.อ. ๒/๔๙/๒๑๔)

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๖ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๗. สุปาริจริยวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งเครื่องลูบไล้ด้วยนิ้วทั้ง ๕
[๕๓] ในกัปที่ ๗๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิพระนามว่าสยัมปภะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๕๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปัญจังคุลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปัญจังคุลิยเถราปทานที่ ๑๐ จบ
สุปาริจริยวรรคที่ ๑๗ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. สุปาริจริยเถราปทาน ๒. กณเวรปุปผิยเถราปทาน
๓. ขัชชกทายกเถราปทาน ๔. เทสปูชกเถราปทาน
๕. กณิการฉัตติยเถราปทาน ๖. สัปปิทายกเถราปทาน
๗. ยุธิกปุปผิยเถราปทาน ๘. ทุสสทายกเถราปทาน
๙. สมาทปกเถราปทาน ๑๐. ปัญจังคุลิยเถราปทาน

มีคาถา ๕๔ คาถา ฉะนี้แล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๗ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน
๑๘. กุมุทวรรค
หมวดว่าด้วยพระกุมุทะเป็นต้น
๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกุมุทมาลิยเถระ
(พระกุมุทมาลิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] ในที่ไม่ไกลภูเขาหิมพานต์
ได้มีสระธรรมชาติสระใหญ่
ข้าพเจ้าเป็นผีเสื้อน้ำดุร้าย มีกำลังมาก เกิดอยู่ใกล้สระนั้น
[๒] ดอกโกมุทบานโตประมาณเท่าล้อ เกิดอยู่ในสระนั้น
และในครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้เก็บดอกโกมุทที่มีฝักไว้
[๓] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอัตถทัสสี
ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์ องอาจกว่านรชน
ทอดพระเนตรเห็นดอกโกมุทที่หุบแล้ว
จึงเสด็จมายังสำนักของข้าพเจ้า
[๔] ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ
ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จเข้ามา
จึงหยิบดอกโกมุททั้งหมดบูชาพระพุทธเจ้า
[๕] ครั้งนั้น ดอกไม้ที่ภูเขาหิมพานต์มีอยู่ประมาณเท่าใด
พระตถาคตมีดอกไม้ประมาณเท่านั้นเป็นหลังคาเสด็จไป
[๖] ในกัปที่ ๑๑๘ (นับจากกัปนี้ไป)
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๗] ในกัปที่ ๑๕ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๘ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๒. นิสเสณิทายกเถราปทาน
มีพระนามว่าสหัสสรถ
ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
[๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกุมุทมาลิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กุมุทมาลิยเถราปทานที่ ๑ จบ
๒. นิสเสณิทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระนิสเสณิทายกเถระ
(พระนิสเสณิทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๙] ข้าพเจ้าให้สร้างบันไดสำหรับเสด็จขึ้นปราสาท
ถวายพระผู้มีพระภาคพระนามว่าโกณฑัญญะ
ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ผู้คงที่
[๑๐] ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น ข้าพเจ้าเสวยสมบัติแล้ว
ทรงร่างกายอันมีในภพสุดท้ายอยู่
ในศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
[๑๑] ในกัปที่ ๓๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ
พระนามว่าสัมพหุละ มีพลานุภาพมาก
[๑๒] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระนิสเสณิทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
นิสเสณิทายกเถราปทานที่ ๒ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๓๙ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๓. รัตติปุปผิยเถราปทาน
๓. รัตติปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระรัตติปุปผิยเถระ
(พระรัตติปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๓] เมื่อก่อน ข้าพเจ้าเป็นพรานเนื้ออยู่ในป่าดงทึบ
ได้เห็นพระพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ ทรงองอาจกว่านรชน
[๑๔] ข้าพเจ้าเห็นต้นมวกเหล็กขึ้นบนแผ่นดิน
มีดอกบานสะพรั่งอยู่กลางคืนจึงเก็บมาพร้อมทั้งขั้ว
น้อมเข้าไปถวายแด่พระพุทธเจ้า
ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่
[๑๕] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายดอกไม้
[๑๖] และในกัปที่ ๘ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าสุปปสันนะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๑๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระรัตติปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
รัตติปุปผิยเถราปทานที่ ๓ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๐ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๕. สีหาสนทายกเถราปทาน
๔. อุทปานทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอุทปานทายกเถระ
(พระอุทปานทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๘] ข้าพเจ้าได้ขุดบ่อน้ำ ถวายพระผู้มีพระภาคพระนามว่าวิปัสสี
และในครั้งนั้น ข้าพเจ้าได้นำบิณฑบาตไปถวาย
[๑๙] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการขุดบ่อน้ำถวาย
[๒๐] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอุทปานทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อุทปานทายกเถราปทานที่ ๔ จบ
๕. สีหาสนทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสีหาสนทายกเถระ
(พระสีหาสนทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๑] เมื่อพระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของสัตว์โลก ทรงเป็นผู้นำ
เสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ได้ถวายพระแท่นสีหาสน์
[๒๒] ชนจำนวนมาก ทำการบูชาด้วยของหอมและดอกไม้มากมาย
ที่พระแท่นสีหาสน์อันนำความสุขมาให้ในปัจจุบัน แล้วสงบเย็น

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๑ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๖. มัคคทัตติกเถราปทาน
[๒๓] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี ไหว้ต้นโพธิ์ที่ประเสริฐแล้ว
ไม่ไปเกิดในทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๒๔] ในกัปที่ ๑,๐๑๕ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ
มีพระนามว่าสิลุจจยะ
[๒๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสีหาสนทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สีหาสนทายกเถราปทานที่ ๕ จบ
๖. มัคคทัตติกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระมัคคทัตติกเถระ
(พระมัคคทัตติกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๖] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าอโนมทัสสี
ผู้เป็นจอมแห่งเทวดาและมนุษย์
ทรงองอาจกว่านรชน เสด็จจงกรมอยู่ในที่แจ้ง
เพื่อประโยชน์สุขในปัจจุบัน
[๒๗] เมื่อพระผู้มีพระภาคยกพระบาทขึ้น
ดอกไม้งดงามลอยอยู่เหนือพระเศียร
ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ถวายอภิวาทแล้ว จึงโปรยดอกไม้
[๒๘] ในกัปที่ ๒๐,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ ชาติ
พระนามว่าปุปผฉทนิยะ มีพลานุภาพมาก

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๒ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๗. เอกทีปิยเถราปทาน
[๒๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระมัคคทัตติกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
มัคคทัตติกเถราปทานที่ ๖ จบ
๗. เอกทีปิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกทีปิยเถระ
(พระเอกทีปิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๐] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้ถวายประทีปดวงหนึ่งไว้ที่ต้นช้างน้าว
ซึ่งเป็นต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ที่ประเสริฐ
ของพระมุนีพระนามว่าปทุมุตตระ
[๓๑] เมื่อข้าพเจ้าเกิดอยู่ในภพ ที่มีการสั่งสมบุญเกิดขึ้น
ข้าพเจ้าจึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายประทีป
[๓๒] ในกัปที่ ๑๖,๐๐๐ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๔ ชาติ
มีพระนามว่าจันทาภะ มีพลานุภาพมาก
[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระเอกทีปิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
เอกทีปิยเถราปทานที่ ๗ จบ
ภาณวารที่ ๙ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๓ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๙. ติกิจฉกเถราปทาน
๘. มณิปูชกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระมณิปูชกเถระ
(พระมณิปูชกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๔] แม่น้ำสายหนึ่งไหลผ่านไปภายในภูเขาหิมพานต์
ครั้งนั้น พระสยัมภูพุทธเจ้าประทับอยู่ริมฝั่งแม่น้ำนั้น
[๓๕] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้ประคองบัลลังก์แก้วอันวิจิตรด้วยดี
เป็นที่น่ารื่นรมย์ใจ บูชาพระพุทธเจ้า
[๓๖] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้แก้วมณีบูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๓๗] และในกัปที่ ๑๒ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๘ ชาติ
มีพระนามว่าสตรังสี มีพลานุภาพมาก
[๓๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระมณิปูชกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
มณิปูชกเถราปทานที่ ๘ จบ
๙. ติกิจฉกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระติกิจฉกเถระ
(พระติกิจฉกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๙] ข้าพเจ้าเป็นหมอ ศึกษาดีแล้ว อยู่ในกรุงพันธุมดี
เป็นผู้นำความสุขมาให้แก่มหาชนผู้มีโรคภัย มีทุกข์สาหัส

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๔ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน
[๔๐] ครั้งนั้น ข้าพเจ้าเห็นพระสมณะผู้มีศีล รุ่งเรืองมาก เจ็บไข้
มีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี จึงได้ถวายยา (บำบัดไข้)
[๔๑] พระสมณะผู้สำรวมอินทรีย์มีนามว่าอโศก
ผู้เป็นอุปัฏฐากของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าวิปัสสี
หายจากโรคด้วยยานั้นนั่นแล
[๔๒] ในกัปที่ ๙๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ถวายยาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการถวายยา
[๔๓] ในกัปที่ ๘ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีนามว่าสัพโพสธะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๔] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระติกิจฉกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ติกิจฉกเถราปทานที่ ๙ จบ
๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระสังฆุปัฏฐากเถระ
(พระสังฆุปัฏฐากเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๔๕] ในสมัยพระผู้มีพระภาคนามว่าเวสสภู
ข้าพเจ้าเป็นคนวัดมีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ได้อุปัฏฐากพระสงฆ์ผู้ประเสริฐสุด

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๕ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๘. กุมุทวรรค] รวมอปทานที่มีในวรรค
[๔๖] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ทำกรรมไว้ในครั้งนั้น
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการอุปัฏฐาก
[๔๗] ในกัปที่ ๗ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๗ ชาติ พระนามว่าสโมตถกะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๔๘] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระสังฆุปัฏฐากเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
สังฆุปัฏฐากเถราปทานที่ ๑๐ จบ
กุมุทวรรคที่ ๑๘ จบบริบูรณ์
รวมอปทานที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. กุมุทมาลิยเถราปทาน ๒. นิสเสณิทายกเถราปทาน
๓. รัตติปุปผิยเถราปทาน ๔. อุทปานทายกเถราปทาน
๕. สีหาสนทายกเถราปทาน ๖. มัคคทัตติกเถราปทาน
๗. เอกทีปิยเถราปทาน ๘. มณิปูชกเถราปทาน
๙. ติกิจฉกเถราปทาน ๑๐. สังฆุปัฏฐากเถราปทาน

มีคาถา ๔๙ คาถา ฉะนี้แล

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๖ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๑. กุฏชปุปผิยเถราปทาน
๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค
หมวดว่าด้วยพระกุฏชปุปผิยะเป็นต้น
๑. กุฏชปุปผิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระกุฏชปุปผิยเถระ
(พระกุฏชปุปผิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑] พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้มีพระฉวีวรรณดังทองคำ
ดังดวงอาทิตย์อุทัย ทรงเหลียวดูทิศ เสด็จเหาะไปในอากาศ
[๒] ข้าพเจ้าเห็นดอกโมกมันบานสะพรั่ง
ทั้งดอกใหญ่และดอกเล็ก จึงเก็บมาจากต้น
แล้วบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ
[๓] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๔] ในกัปที่ ๑๗ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓ ชาติ พระนามว่าสุปุปผิตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๕] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระกุฏชปุปผิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
กุฏชปุปผิยเถราปทานที่ ๑ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๗ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๒. พันธุชีวกเถราปทาน
๒. พันธุชีวกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระพันธุชีวกเถระ
(พระพันธุชีวกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๖] พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าโสภิตะ
ผู้ซึ่งสัตบุรุษสรรเสริญแล้ว
พระองค์ประทับนั่งเข้าสมาธิอยู่ในระหว่างภูเขา
[๗] ข้าพเจ้าแสวงหาดอกบัวงามในสระธรรมชาติ
แต่ได้เห็นดอกชบาในที่ใกล้
[๘] ข้าพเจ้ามีจิตเลื่อมใส มีใจยินดี
ใช้มือทั้ง ๒ ประคองแล้ว
เข้าเฝ้าพระมหามุนี แล้วบูชาพระโสภิตพุทธเจ้า
[๙] ในกัปที่ ๙๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๐] ในกัปที่ ๑๔ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งมีพระนามว่าสมุททกัปปะ
ผู้เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
[๑๑] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระพันธุชีวกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
พันธุชีวกเถราปทานที่ ๒ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๘ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๓. โกฏุมพริยเถราปทาน
๓. โกฏุมพริยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระโกฏุมพริยเถระ
(พระโกฏุมพริยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๒] พระผู้มีพระภาค ผู้รุ่งเรืองดังดอกกรรณิการ์
มีพระคุณหาประมาณมิได้ดุจทะเล แผ่กว้างดังแผ่นดิน
ประทับนั่งอยู่ในระหว่างภูเขา
[๑๓] อันหมู่เทวดาบูชาแล้ว ดุจม้าอาชาไนยตัวองอาจ
ผู้สูงสุดแห่งนรชน
ข้าพเจ้ามีจิตร่าเริง เบิกบาน จึงเข้าเฝ้าพระองค์
[๑๔] ข้าพเจ้าได้ประคองดอกไม้ และผ้าขนสัตว์เนื้อดี
บูชาพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
[๑๕] ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๑๖] ในกัปที่ ๒๐ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิองค์หนึ่งมีพระนามว่ามหาเนละ
มีเดชมาก มีพลานุภาพมาก
[๑๗] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระโกฏุมพริยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
โกฏุมพริยเถราปทานที่ ๓ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๔๙ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๔. ปัญจหัตถิยเถราปทาน
๔. ปัญจหัตถิยเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระปัญจหัตถิยเถระ
(พระปัญจหัตถิยเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๑๘] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าติสสะ ผู้เจริญที่สุดในโลก
ทรงองอาจกว่านรชน มีหมู่สาวกห้อมล้อม
เสด็จดำเนินไปตามถนน
[๑๙] ข้าพเจ้าเป็นบุตร
ประสงค์จะถวายเครื่องบูชาเพื่อให้สำเร็จประโยชน์
จึงวางดอกอุบล ๕ กำ และ ๔ กำ (ไว้ที่ใกล้เท้า)
[๒๐] ข้าพเจ้าสัมผัสพระพุทธรัศมีแล้ว
จึงบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์ มีพระฉวีวรรณดังทองคำ
กำลังเสด็จดำเนินอยู่ในระหว่างร้านตลาด
[๒๑] ในกัปที่ ๙๒ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้ใช้ดอกไม้บูชาไว้
จึงไม่รู้จักทุคติเลย
นี้เป็นผลแห่งการบูชาพระพุทธเจ้า
[๒๒] ในกัปที่ ๑๓ นับจากกัปนี้ไป
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๕ ชาติ
พระนามว่าสุลภสัมมตะ
สมบูรณ์ด้วยรัตนะ ๗ ประการ มีพลานุภาพมาก
[๒๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระปัญจหัตถิยเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
ปัญจหัตถิยเถราปทานที่ ๔ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๕๐ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๕. อิสิมุคคทายกเถราปทาน
๕. อิสิมุคคทายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระอิสิมุคคทายกเถระ
(พระอิสิมุคคทายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๒๔] พระผู้มีพระภาคพระนามว่าปทุมุตตระ
ผู้ทรงเป็นผู้นำ มีพระรัศมีรุ่งเรืองดุจดวงอาทิตย์อุทัย
ดุจดวงจันทร์ ดุจต้นรกฟ้าที่งดงาม
[๒๕] ข้าพเจ้าแม้ยืนอยู่ในปราสาท
ก็นิมนต์พระฤๅษีผู้ยิ่งใหญ่
แล้วได้ถวายรวงผึ้งเล็กที่ไม่มีตัวอ่อนแด่พระองค์
ผู้เป็นเผ่าพันธุ์ของโลก
[๒๖] ข้าพเจ้าได้ถวายน้ำผึ้งจนเต็มบาตรสาวกของพระพุทธเจ้า
ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ รูป หรือมากกว่านั้น
[๒๗] ด้วยจิตที่เลื่อมใสนั้น
ข้าพเจ้าถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว
จึงไม่ไปเกิดในทุคติเลยตลอด ๑๐๐,๐๐๐ กัป
[๒๘] ในกัปที่ ๔๐,๐๐๐ (นับจากกัปนี้ไป)
ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ ๓๘ ชาติ
มีพระนามว่ามหิสมันตะ มีพลานุภาพมาก
[๒๙] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔
วิโมกข์ ๘ และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระอิสิมุคคทายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้
อิสิมุคคทายกเถราปทานที่ ๕ จบ

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๕๑ }

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย อปทาน [๑๙. กุฏชปุปผิยวรรค] ๗. เอกจินติกเถราปทาน
๖. โพธิอุปัฏฐายกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระโพธิอุปัฏฐายกเถระ
(พระโพธิอุปัฏฐายกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๐] ข้าพเจ้าเป็นคนตีตะโพนอยู่ในกรุงรัมมวดี
จึงไปยังต้นโพธิ์ที่ประเสริฐ
ประกอบทำการบำรุงเป็นนิตย์
[๓๑] ข้าพเจ้าบำรุงทั้งเวลาเย็นและเวลาเช้า
ถูกกุศลมูลตักเตือนแล้ว
จึงไม่ไปเกิดในทุคติเลยตลอด ๑๑๘ กัป
[๓๒] ในกัปที่ ๑๑๕ นับจากกัปนี้ไป
ข้าพเจ้าได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิมีพระนามว่าทมถะ
เป็นใหญ่ในหมู่ชน มีพลานุภาพมาก
[๓๓] คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘
และอภิญญา ๖ ข้าพเจ้าได้ทำให้แจ้งแล้ว
คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าก็ได้ทำสำเร็จแล้ว ดังนี้แล
ได้ทราบว่า ท่านพระโพธิอุปัฏฐายกเถระได้ภาษิตคาถาเหล่านี้ ด้วยประการ
ฉะนี้
โพธิอุปัฏฐายกเถราปทานที่ ๖ จบ
๗. เอกจินติกเถราปทาน
ประวัติในอดีตชาติของพระเอกจินติกเถระ
(พระเอกจินติกเถระ เมื่อจะประกาศประวัติในอดีตชาติของตน จึงกล่าวว่า)
[๓๔] ในกาลใด เทวดาจะจุติจากหมู่เทวดาเพราะสิ้นอายุ
ในกาลนั้น เทวดาผู้พลอยยินดีย่อมเปล่งเสียง ๓ ประการว่า

{ที่มา : โปรแกรมพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่ม : ๓๒ หน้า :๓๕๒ }

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น