ร่วมแชร์เป็นธรรมทานนะครับ

อกุศลกรรมบถ กิเลสและอุปกิเลส

ธัมมโชติ รวมธรรมะน่าสนใจจากพระไตรปิฎกด้วยภาษาง่ายๆ เพื่อคนรุ่นใหม่

หน้านี้จะเป็นการอธิบายความหมายและรายละเอียดเรื่องของอกุศลกรรมบถ 10 กิเลส 3 อุปกิเลส 16 และพุทธพจน์ที่พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบเรื่องโรคทางกายกับโรคทางใจนะครับ

อกุศลกรรมบถ 10

อกุศลกรรมบถ แปลตามตัวได้ว่าทางแห่งกรรมที่เป็นอกุศล คือ การกระทำอันเป็นทางนำไปสู่ทุคตินะครับ มี 10 อย่าง แยกได้เป็น 3 หมวด คือ

กายกรรม 3 ได้แก่

  1. ปาณาติบาต - การฆ่าสัตว์
  2. อทินนาทาน - การลักทรัพย์
  3. กาเมสุมิจฉาจาร - การประพฤติผิดในกาม
ทั้ง 3 ข้อนี้ ดูรายละเอียดปลีกย่อยได้ที่หมวดศีล เรื่องศีล 5 อย่างละเอียด นะครับ

วจีกรรม 4 ได้แก่

  1. มุสาวาท - การพูดปด พูดเท็จ โกหก หลอกลวง
  2. ปิสุณวาจา - พูดส่อเสียด คือพูดยุยงให้เขาแตกแยกกัน
  3. ผรุสวาจา - พูดคำหยาบ
  4. สัมผัปปลาปะ - พูดเพ้อเจ้อ
ทั้ง 4 ข้อนี้ ดูรายละเอียดปลีกย่อยได้ที่หมวดศีล เรื่องศีล 5 อย่างละเอียด นะครับ

มโนกรรม 3 ได้แก่

  1. อภิชฌา - ละโมบ เพ่งเล็งอยากได้ของของผู้อื่นมาเป็นของตน อย่างไม่ถูกทำนองคลองธรรม เป็นโลภะ (ความโลภ) ขั้นรุนแรงนะครับ
  2. พยาบาท - คิดร้าย ปองร้าย มุ่งร้ายต่อผู้อื่น มีความปรารถนาที่จะทำลายประโยชน์ และความสุขของผู้อื่นให้เสียหายไป เป็นโทสะ (ความโกรธ) ขั้นรุนแรง
  3. มิจฉาทิฏฐิ - เห็นผิดจากคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี มารดาบิดาไม่มีบุญคุณ ไม่เชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม ไม่เชื่อเรื่องบาป บุญ คุณ โทษ ฯลฯ เป็นโมหะ (ความหลง = ไม่รู้สิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง) ขั้นรุนแรง
ทั้ง 3 ข้อนี้เป็นกรรมที่เกิดขึ้นในใจ คือในทางความคิดนะครับ ถ้าเมื่อใดมีกำลังที่มากพอหรือมีโอกาสที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้เกิดการกระทำทางกายหรือทางวาจาออกมา ซึ่งการกระทำเหล่านั้นก็อาจจะเข้าข่ายกายกรรม 3 ที่เป็นทุจริต หรือ วจีกรรม 4 ที่เป็นทุจริต ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อก็ได้ครับ

กิเลส 3

กิเลส คือเครื่องเศร้าหมองของจิตนะครับ หมายถึงสิ่งที่ทำให้จิตไม่ผ่องใส่ ทำให้จิตใจขุ่นมัวไม่บริสุทธิ์ มีตัวหลักอยู่ 3 ตัวนะครับ คือ
  • โลภะ คือ ความโลภ ความอยากได้ ความเพลิดเพลินยินดี ความยึดเหนี่ยวทางใจ
  • โทสะ คือ ความโกรธ ความขัดเคืองใจ ความเศร้า ความเสียใจ ความกลัว ความทุกข์ทางใจทั้งหลาย
  • โมหะ คือ ความหลง ความไม่รู้ธรรมชาติของสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง อวิชชา

กิเลส 3 ตัวนี้เป็นเหตุที่ทำให้เกิดอกุศลทั้งมวล เปรียบเสมือนมารดาให้กำเนิดบุตรนะครับ (เรียกว่าเป็นอกุศลเหตุ หรืออกุศลมูล) และได้แตกลูกแตกหลานออกมาอีก เรียกว่าเป็น อุปกิเลส 16 ดังนี้คือ

พระไตรปิฎก : พระสุตตันตปิฎก เล่ม 4 มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์

วัตถูปมสูตร


อุปกิเลส ๑๖

[๙๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ธรรมเหล่าไหนเป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต [คือ]
  • อภิชฌาวิสมโลภะ [ละโมบไม่สม่ำเสมอ คือความเพ่งเล็ง] (คืออยากได้ของๆ ผู้อื่นมาเป็นของตน โดยไม่ถูกทำนองคลองธรรมนะครับ - ธัมมโชติ)
  • พยาบาท [ปองร้ายเขา]
  • โกธะ [โกรธ]
  • อุปนาหะ [ผูกโกรธไว้]
  • มักขะ [ลบหลู่คุณท่าน]
  • ปลาสะ [ยกตนเทียบเท่า] (คือการตีเสมอผู้อื่น คิดว่าเราก็แน่เหมือนกัน - ธัมมโชติ)
  • อิสสา [ริษยา]
  • มัจฉริยะ [ตระหนี่]
  • มายา [มารยา]
  • สาเฐยยะ [โอ้อวด] (คือการพูดยกตนด้วยสิ่งที่ไม่เป็นจริง - ธัมมโชติ)
  • ถัมภะ [หัวดื้อ]
  • สารัมภะ [แข่งดี]
  • มานะ [ถือตัว]
  • อติมานะ [ดูหมิ่นท่าน]
  • มทะ [มัวเมา]
  • ปมาทะ [เลินเล่อ] (ความประมาท ความเผลอ ความขาดสติ - ธัมมโชติ)

เหล่านี้เป็นธรรมเครื่องเศร้าหมองของจิต.


โรคทางกายกับโรคทางใจ


พระไตรปิฎก : พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย จตุกนิบาต เล่ม ๒

โรคสูตร


ว่าด้วยโรค ๒ อย่าง

[๑๕๗] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โรค ๒ อย่างนี้ โรค ๒ อย่างเป็นไฉน คือ โรคกาย ๑ โรคใจ ๑ ปรากฏอยู่ว่าสัตว์ทั้งหลายผู้ยืนยันว่าไม่มีโรคทางกายตลอดเวลา ๑ ปีก็มี ยืนยันว่าไม่มีโรคทางกายตลอดเวลา ๒ ปีก็มี ๓ ปีก็มี ๔ ปีก็มี ๕ ปีก็มี ๑๐ ปีก็มี ๒๐ ปีก็มี ๓๐ ปีก็มี ๔๐ ปีก็มี ๕๐ ปีก็มี ๑๐๐ ปีก็มี ยิ่งกว่า ๑๐๐ ปีก็มี แต่ว่าผู้ที่จะยืนยันว่าไม่มีโรคทางใจแม้เพียงเวลาครู่เดียวนั้น หาได้ยากในโลก เว้นแต่พระขีณาสพ (พระอรหันต์ - ธัมมโชติ)

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โรคของบรรพชิต ๔ อย่างนี้ โรคของบรรพชิต ๔ อย่างเป็นไฉน คือ
  1. ภิกษุเป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจอยู่เสมอ ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ (ที่อยู่อาศัย - ธัมมโชติ) คิลานปัจจัย (ยารักษาโรค - ธัมมโชติ) ตามมีตามได้

  2. ภิกษุนั้นเมื่อเป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจอยู่เสมอ ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยตามมีตามได้แล้ว ย่อมตั้งความปรารถนาลามก เพื่อจะได้ความยกย่อง เพื่อจะได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ

  3. ภิกษุนั้นวิ่งเต้น ขวนขวาย พยายาม เพื่อจะได้ความยกย่อง เพื่อจะได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ

  4. ภิกษุนั้นเข้าสู่ตระกูล (หมายถึงเข้าไปหาครอบครัวต่างๆ นะครับ - ธัมมโชติ) เพื่อให้เขานับถือ นั่งอยู่ (ในตระกูล) เพื่อให้เขานับถือ กล่าวธรรม (ในตระกูล) เพื่อให้เขานับถือ กลั้นอุจจาระ ปัสสาวะอยู่ (ในตระกูล) ก็เพื่อให้เขานับถือ
ภิกษุทั้งหลาย นี้แล โรคของบรรพชิต ๔ อย่าง.

เพราะเหตุนั้น ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า
  • เราทั้งหลายจักไม่เป็นผู้มักมาก มีความร้อนใจ ไม่สันโดษด้วยจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยตามมีตามได้
  • จักไม่ตั้งความปรารถนาลามกเพื่อจะได้ความยกย่อง เพื่อจะได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ
  • จักไม่วิ่งเต้น ขวนขวาย พยายาม เพื่อให้ได้ความยกย่อง เพื่อให้ได้ลาภสักการะและความสรรเสริญ
  • จักเป็นผู้อดทนต่อหนาว ร้อน หิว ระหาย ต่อสัมผัสแห่งเหลือบ ยุง ลม แดด และสัตว์เสือกคลานทั้งหลาย ต่อถ้อยคำอันหยาบคายร้ายแรงต่าง ๆ
  • เป็นผู้อดกลั้นต่อเวทนาที่เกิดในกาย อันเป็นทุกข์กล้าแข็ง เผ็ดร้อน ขมขึ้น ไม่เจริญใจ พอจะปล้นชีวิตเสียได้
ภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล.

จบโรคสูตร

วิเคราะห์เพิ่มเติม

ในพระสูตรนี้กล่าวถึงโรคทางใจอันมีความโลภเป็นมูลเป็นหลักนะครับ แต่ถ้าพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นว่ากิเลสทุกตัวและอุปกิเลสทั้ง 16 ก็ล้วนเป็นโรคทางใจทั้งสิ้นนะครับ ทั้งนี้เพราะทำให้จิตใจมีความผิดปรกติ แปรปรวนไป

ผู้รวบรวม
ธัมมโชติ

ไม่มีความคิดเห็น :

แสดงความคิดเห็น